10 แอปที่ควรมีในไอแพด iPad Apps แนะนำสำหรับมือใหม่

goodownday

แท็บเล็ตจากค่ายแอปเปิลอย่าง iPad เป็นอุปกรณ์คู่กายที่ขาดไม่ได้ ต้องนำติดตัวไปด้วยเสมอ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะใช้ประโยชน์อย่างไร บางคนอาจเน้นใช้เรื่องงาน บางคนอาจเน้นใช้เรื่องเกม แต่ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบไหน สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือระบบที่เยี่ยมยอด เราสามารถค้นหาแอปที่มีอย่างหลากหลายเพื่อโหลดมาใช้ตามความต้องการ ทั้งแบบฟรีและมีค่าใช้จ่าย ทั้งเรื่องจริงจังและเพื่อความเพลิดเพลิน ไล่กันไปตั้งแต่งานออฟฟิศ สร้างคลิปวิดีโอ เล่นเกม ไปจนถึงแอปเช็กสภาพอากาศ

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีแอปอยู่มากมายที่เราอาจไม่รู้ว่ามันมีอยู่และควรโหลดมาใช้ วันนี้ จะขอเลือกมาสัก 10 แอปที่ควรมีในไอแพดของคุณมาฝากครับ

รวม 10 แอปที่ควรมีในไอแพด ที่คุณห้ามพลาด

จากจำนวนแอปใน AppStore ที่มีอยู่นับไม่ถ้วน มีหลายแอปที่น่าสนใจ สมควรถูกหยิบมาแนะนำให้ลองโหลดลองซื้อหามาใช้งานกันดู แล้วอาจได้พบประโยชน์ใช้สองของไอแพดในมือที่แตกต่างไปจากเดิม เริ่มกันเลยครับ

1. Procreate แอปสำหรับสายนักวาด

แอปที่ควรมีใน iPad สำหรับสายนักวาดชื่อว่า Procreate
แอปที่ควรมีใน iPad สำหรับสายนักวาดชื่อว่า Procreate

สำหรับนักวาดภาพดิจิทัลคงพลาดแอปนี้ไปไม่ได้จริงๆ เพราะ Procreate เต็มไปด้วยเครื่องมือสารพัดในการวาดและระบาย ทั้งมีออปชันให้เลือกอย่างหลากหลาย ทำให้ภาพที่ออกมามีความใกล้เคียงการวาดจริงๆ อย่างมาก สามารถคำนวณแรงกดและใช้งานร่วมกับ Apple Pencil ได้ ทำให้งานของเราดูเหมือนของจริงมากขึ้น สิ่งที่โดดเด่นของแอปนี้คือเรื่องบรัช ทั้งแบบพื้นฐานที่มีให้ในแอป และที่สามารถซื้อเพิ่มเข้ามาใช้งาน นอกจากนี้ สิ่งที่เจ๋งๆ ของมันก็คือ ความสามารถด้านการสร้างงานแอนิเมชัน การขยับภาพ การเบลอภาพที่มีจุดรวมสายตา การปรับแต่งสมดุลของสีภาพ และอื่นๆ อีกทั้งยังบันทึกขั้นตอนแล้วสร้างเป็นคลิปวิดีโอ time-lapse ให้เราได้แชร์กับเพื่อนๆ ได้อีก

ราคา: $9.99
ดาวน์โหลด: App Store

แนะนำ 10 Gouache Procreate brush เก๋ๆ สไตล์บรัชหัวแปรง
แนะนำ 20 Procreate Brushes สวยๆ จาก Creativemarket


2. 1Password แอปจัดการพาสเวิร์ด

1Password
1Password

คงเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่เราจะต้องสมัครสมาชิกเพื่อใช้บริการต่างๆ และเมื่อเราต้องสมัครสมาชิก เราก็ต้องมีพาสเวิร์ดให้จดจำเพิ่มมาด้วยเสมอ หลายครั้งก็เกิดหลงลืมจนต้องพึ่งฟังก์ชัน ‘Forget your password?’ กันอยู่บ่อยๆ จนต้องมองหาวิธีช่วยจดจำพาสเวิร์ดเป็นร้อยเป็นพันเหล่านั้น เราขอแนะนำ 1Password แอปที่จะช่วยเราจดจำพาสเวิร์ด และสร้างพาสเวิร์ดที่แข็งแกร่งและปลอดภัย แถมยังเป็นแอปที่สามารถใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้ด้วย

ราคา: ฟรี, In-App Purchase
ดาวน์โหลด: App Store


3. Pixelmator Photo แอปแต่งภาพสวยๆบน iPad

Pixelmator Photo
Pixelmator Photo

สายนักท่องเที่ยวและสายถ่ายภาพน่าจะชอบ Pixelmator Photo แอปอันทรงพลังที่ทำให้เราปรับแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ได้ โดยที่ไม่ทำภาพเสีย ซัปพอร์ตไฟล์ RAW หลากหลายฟอร์แมต รวมทั้ง Apple ProRAW ใช้ AI ที่ช่วยเพิ่ม resolution ให้กับภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์ ที่สำคัญแอปนี้ยังมีความสามารถด้านการลบวัตถุที่ไม่ต้องการออกไปจากภาพได้ด้วยนะครับ

ราคา: ฟรี, In-App Purchase
ดาวน์โหลด: App Store


4. Mint แอปจัดการการเงิน

Mint
Mint

ใครๆ ก็ต้องการจัดการเรื่องการจับจ่ายของตนเองกันทั้งนั้น มีแอปอย่าง Mint ติดไอแพดไว้ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย แอปนี้สามารถเชื่อมต่อกับบัตรเครดิตและบัญชีธนาคาร พร้อมช่วยเรากำหนดงบให้ตามพฤติกรรมใช้เงินของเราได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเราสามารถลดหรือเพิ่มวงเงินสูงสุดสำหรับแต่ละหมวดหมู่ได้ และสามารถเพิ่มหรือลบหมวดหมู่ได้เช่นเดียวกัน เมื่อเราใช้จ่ายไม่ว่าจะจ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือเงินสดผ่านบัญชีธนาควร ข้อมูลพวกนั้นก็จะเข้ามาในแอปทันที มีเพียงการจ่ายด้วยเงินสดเท่านั้นที่ต้องเพิ่มเอาเอง 

ราคา: ฟรี, In-App Purchase
ดาวน์โหลด: App Store


5. Dropbox แอปจัดการไฟล์ เก็บไฟล์บน cloud

Dropbox
Dropbox

แน่นอนว่า ไอแพดมีทั้งรุ่นที่ให้ความจุขนาดใหญ่ถึง 2 เทราไบต์ และรุ่นที่ให้พื้นที่เก็บมาไม่เยอะนัก ถ้าเป็นแบบแรกคงไม่ต้องคิดมากเรื่องพื้นที่ แต่ถ้าเป็นแบบหลังล่ะ Dropbox คงกลายเป็นแอปที่สำคัญขึ้นมาทันที เพราะมันคือพื้นที่บนคลาวด์ข้ามแพลตฟอร์มที่ทำให้เราสามารถแบ็กอัปทั้งรูปภาพ วิดีโอคลิป เอกสารและไฟล์ข้อมูลอื่นๆ ไว้ในที่เดียว เป็นบริการที่เราสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ต ทั้งยังสามารถแชร์ให้เพื่อนหรือคนอื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีแอคเคาต์อีกด้วย

ราคา: ฟรี, In-App Purchase
ดาวน์โหลด: App Store


6. Zoom แอปสำหรับพูดคุย วิดีโอคอล

Zoom
แอปที่ควรมีในไอแพด โปรแกรม Zoom

ดูเหมือน Zoom แอปด้านการประชุมทางไกลจะโดดเด่นขึ้นมาในช่วงที่โรคติดต่อระบาดหนัก แต่เอาเข้าจริง แม้โรคจะซาไปบ้างแล้ว แต่มันก็ยังคงมีประโยชน์ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับคนที่เป็นเจ้าของไอแพด ความที่สามารถพกพาสะดวก ทำให้จะประชุมที่ไหนเวลาใดก็ทำได้ตลอด 

ราคา: ฟรี, In-App Purchase
ดาวน์โหลด: App Store


7. Notability แอปจดโน้ต

Notability
Notability

มาถึงแอปสำหรับจดโน้ตกันบ้าง Notability จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจดบันทึกไอเดียได้ด้วยการใช้ปากกา พูดง่ายๆ ก็คือ เขียนด้วยลายมือของเราเอง มีคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมที่อัดแน่นไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนกระดาษพื้นหลัง การตรวจจับรูปร่าง รองรับ Apple Pencil  ซัปพอร์ตการเขียนโน้ตแบบสองหน้ากระดาษ เราสามารถวาดด้วยมือ อัดเสียงแล้วแปะลงไปก็ได้ จะเปิดไฟล์ PDF หรือสไลด์มาเขียนโน้ตเพิ่มเติมก็ได้ และยังมีฟังก์ชันอีกมากมาย ลองใช้ดูแล้วจะรู้ว่าไม่ผิดหวัง

ราคา: ฟรี, In-App Purchase
ดาวน์โหลด: App Store


8. GoodNotes

GoodNotes app แอปที่ควรมีในไอแพด สำหรับนักศึกษา นักเรียน สายชอบจด
GoodNotes แอปที่ควรมีในไอแพด สำหรับนักศึกษา นักเรียน สายชอบจด

GoodNotes คือ แอป ซอฟต์แวร์จดบันทึกดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจต่างๆ จด แก้ไข จัดเก็บ และจัดการบันทึกย่อที่เขียนด้วยลายมือผ่านแอปพลิเคชันมือถือและเว็บ แพลตฟอร์มนี้ประกอบด้วยเทคโนโลยีการเขียนด้วยลายมือและการรู้จำอักขระด้วยแสง (OCR) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาบันทึกย่อดิจิทัลโดยใช้คีย์เวิร์ดที่กำหนดเอง

GoodNotes ยังช่วยให้ทีมสามารถวาดแผนที่ความคิด ไฮไลต์และใส่คำอธิบายประกอบในเอกสาร PDF และ PowerPoint เขียนสมการ และสร้างหลายโฟลเดอร์และโฟลเดอร์ย่อยเพื่อจัดระเบียบข้อมูล โดยจะซิงโครไนซ์ข้อมูลกับแอปพลิเคชั่น iCloud โดยอัตโนมัติ และยังให้ผู้ใช้สร้างสมุดบันทึกส่วนตัวโดยใช้เทมเพลตและหน้าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น กราฟ จุด กฎ ตัววางแผนรายสัปดาห์ และอื่นๆ ผู้เรียนยังสามารถเพิ่มและบันทึกวัตถุต่างๆ เช่น รูปภาพ สูตร สติกเกอร์ ไดอะแกรม ข้อความ และอื่นๆ โดยใช้เครื่องมือบนโปรแกรม

ความสามารถในการทำงานหลายอย่างพร้อมกันของ GoodNotes ช่วยให้ผู้ใช้อ่านและจดบันทึกพร้อมๆ กัน และเพิ่มข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เฟซแบบลากแล้วปล่อย ทีมยังสามารถแชร์และทำงานร่วมกันในเอกสารและบันทึกบันทึกย่อในแอปพลิเคชันพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ของบริษัทอื่น เช่น Dropbox, Google Drive และ OneDrive ได้ด้วย

ราคา: ฟรี
ดาวน์โหลด: App Store


9. LumaFusion แอปตัดต่อวิดีโอ และเสียง

LumaFusion
LumaFusion

หลายคนอาจคิดว่าแอปเปิลมีแอปตัดต่อคลิปอย่าง iMovie อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องหาใหม่ แต่ LumaFusion เป็นอะไรที่บียอนด์ไปกว่านั้น เพราะสามารถใช้งานเสียงและวิดีโอได้ถึง 6 แทร็ก มีเครื่องมือปรับความถูกต้องของสี ปรับความนิ่งของคลิป ปรับความเร็วของการเล่นคลิป มีคุณสมบัติมากมายที่อาจพบได้ในชุดเครื่องมือตัดต่อคลิปวิดีโอมือโปรทั้งหลายในราคาที่ย่อมเยากว่า

สิ่งที่เราทำได้จากแอปนี้ มีตั้งแต่ใส่ไตเติล เพิ่มเสียงและเอฟเฟกต์ อิมพอร์ตฟุตเทจจากทั้งคลังรูปภาพ คลาวด์ หรือ external drive เมื่อตัดต่อเสร็จแล้วก็สามารถเอ็กซ์พอร์ตออกมาเป็นไฟล์วิดีโอที่แชร์ให้คนอื่นดูได้

ราคา: $29.99
ดาวน์โหลด: App Store


10. Ferrite Recording Studio แอปตัดต่อเสียง

Ferrite
Ferrite

แม้ชีวิตนี้อาจไม่ค่อยมีโอกาสได้ตัดต่อเสียงบ่อยครั้งนัก แต่มีติดเครื่องไว้ก็ดี เผื่อเกิดต้องใช้ขึ้นมาจะได้ไม่ต้องวุ่นวายหา แอปนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราได้ตัดต่อเสียงได้ทุกประเภท เราอาจบันทึกเสียงแบบง่ายๆ จากไมค์ของไอแพด หรือจะใช้อุปกรณ์เสริมภายนอกก็ได้ ตัวแอปมาพร้อมกับกับฟังก์ชันตัดแต่งเสียงที่เรียกได้ว่าครบครัน ซัปพอร์ตมัลติแทร็ก มีเครื่องมือที่จำเป็นต้องมี ซึ่งรวมถึงอีควอไลเซอร์, การปรับระดับเสียง และการลดเสียงรบกวนด้วยครับ

ไม่พอ แอปนี้ยังเปิดให้เราสามารถสร้างเทมเพลตที่สามารถเรียกมาใช้งานได้ในอนาคต ไม่ต้องมาสร้างใหม่ทุกครั้ง ถือเป็นแอปด้านเสียงที่คุ้มค่าน่ามีเก็บไว้ใช้จริงๆ

ราคา: ฟรี, In-App Purchase
ดาวน์โหลด: App Store


ผ่านมาถึงตรงนี้ คงมีหลายแอปที่โดนใจน่าจะหยิบมาลองใช้กันบ้างแล้ว อย่างไรก็ดี ยังมีแอปอีกมากที่อยากจะเขียนถึง แต่คงต้องติดเอาไว้คราวหน้า อาจมีโอกาสได้เขียนถึงกันอีก และนอกเหนือจากบทความนี้ ยังมีอีกหลายบทความที่เกี่ยวข้องกับไอแพด อยากให้ลองอ่านเพิ่มเติมกันด้วยครับ

บทความที่เกี่ยวข้องกับไอแพด:

Related posts

Recent posts