แนะนำ 10 อันดับโปรแกรมออกแบบ Graphic ปี 2022

goodownday

ทุกวันนี้ การสร้างผลงานออกแบบกราฟิกมีซอฟต์แวร์ให้เลือกใช้กันอย่างหลากหลาย ช่วยให้ศิลปิน นักออกแบบ หรือพนักงานต่างๆ สามารถเลือกใช้ได้ตามสะดวก ทั้งแบบฟรีและแบบมีค่าใช้จ่าย ทั้งบนเดสก์ท็อปและบนมือถือ 

เครื่องมือต่างๆ พวกนี้ บ้างก็มีฟังก์ชันใช้งานที่เฉพาะอย่าง และบ้างก็ครอบจักรวาลจนบางทีก็ใช้ไม่หมด ไล่กันไปตั้งแต่การแก้ไขรูปภาพ การออกแบบกราฟิก ภาพวาดดิจิทัล และอื่นๆ ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาแนะนำกันว่า 10 อันดับของโปรแกรมออกแบบกราฟิกที่ได้รับความนิยมในปีนี้นั้นมีตัวไหนบ้าง ตามมาเลยครับ


01 Adobe Photoshop

ไม่ว่ายังไง Adobe Photoshop ก็ยังคงยืนหนึ่งในใจของผู้คนอยู่เช่นเคย ทั้งยังเป็นเหมือนมาตรฐาน สำหรับคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่ไหนๆ ก็คาดหวังว่าเราควรจะใช้งานซอฟต์แวร์นี้ได้ ด้วยเพราะมันทำงานได้ดีและทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพวาด ลงสี ตัดแต่งภาพ อะไรพวกนี้ จึงไม่น่าแปลกใจหากจะเป็นชื่อที่ติดลมบนไปอีกนาน

Adobe Photoshop
Adobe Photoshop

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเสริมประสิทธิภาพการใช้งานด้วยปลั๊กอินเข้าไปได้ สามารถแบ่งปันพวก brush และ style ระหว่างเครื่องกันได้ อีกทั้งเวอร์ชันใหม่ก็ยังมีการเพิ่มนู่นเพิ่มนี่เข้ามาตลอด จะไม่ให้ผู้คนหลงรัก Photoshop ได้ยังไงกันล่ะ แต่ในข้อดีมันก็มีข้อด้วย คือ Photoshop มันไม่ได้ทำงานในแบบเวกเตอร์ เพราะฉะนั้นก็จะทำให้ไม่สามารถทำงานที่ย่อขยายหรือลากเส้นคมๆ ได้อย่างใจ ซึ่งถ้าต้องการแบบนั้นก็ต้องหันไปใช้ Adobe Illustrator แทน 

และสำหรับใครที่เลือกไม่ได้ว่าควรจะตัวไหน เขาก็มี Adobe Creative Cloud ออกมา เราสามารถใช้ซอฟแวร์ตัวไหนก็ได้ แต่แน่นอนว่าเป็นลักษณะ Subscription ที่มีค่าใช้จ่ายและเป็นภาระผูกพัน เลิกจ่ายเมื่อไหร่ก็อดใช้เมื่อนั้นแหละครับ

ค่าใช้จ่าย: $20.99 ต่อเดือน
แพลตฟอร์ม: Windows, macOS, iOS


02 Corel Painter 2022

Corel Painter
Corel Painter

ชื่อนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังมานานทีเดียว แถมตัว Corel Painter ก็เป็นซอฟต์แวร์ที่ยอดเยี่ยมในด้านการสร้างชิ้นงานดิจิทัล เราสามารถใส่เอฟเฟกต์เข้าไปใน brush ที่เราชอบได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้งานภาพที่ได้นั้นดูเหมือนของจริงมากขึ้น

Corel Painter 2022 มีการจัดการ brush library ใหม่ทำให้คนที่คุ้นเคยกับระบบเก่าอาจรู้สึกปวดหัวบ้าง แต่ยังไงก็ยังถือว่ามีประโยชน์มากอยู่ดี เพราะการจัดเรียงหมวดหมู่ตามตัวอักษรทำให้จดจำง่ายขึ้น แถมยังมีระบบค้นหาที่ทำให้เจอ brush ที่ต้องการได้ไวกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อหันไปมองราคาก็พบว่ามันแพงเอาการอยู่

ค่าใช้จ่าย: $429
แพลตฟอร์ม: Windows, Mac


03 Affinity Photo

คงไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะผูกมัดตัวเองกับโปรแกรม Subscription รายเดือน ทางเลือกของคนกลุ่มนี้ก็พอมีอยู่ นั่นคือ Affinity Photo ซึ่งถือเป็นซอฟต์แวร์ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากใช้ Photoshop ด้วย เพราะมันเป็นโปรแกรมที่จ่ายครั้งเดียวใช้ไปได้ตลอดชีวิต แถมยังสามารถทำงานด้านนี้ได้ใกล้เคียงกัน แตกต่างแค่คุณสมบัติขั้นสูงเท่านั้นที่อาจจะไม่มีให้

Affinity Photo
Affinity Photo

อีกข้อหนึ่ง ถ้าเคยใช้ Photoshop มาก่อน แต่อยากหันมาใช้ Affinity Photo ก็ถือว่าเลือกถูกตัวเลยล่ะ เพราะมันใช้งานกับไฟล์ PSD ได้อย่างสมบูรณ์ การย้ายมาใช้จึงไร้รอยต่อ ทั้งยังทำงานกับไฟล์ที่มีความละเอียดสูงได้ และยังมีเวอร์ชันใน iPad ให้ใช้งานอีก เห็นมั้ยล่ะครับว่าเป็นทางเลือกที่ดีแค่ไหน

ค่าใช้จ่าย: £48.99
แพลตฟอร์ม: Windows, macOS, iOS


04 Procreate

Precreate
Precreate
(เครดิตภาพจาก procreate.art)

สำหรับใครที่ชอบสร้างงานบนอุปกรณ์อย่าง iPad ซอฟต์แวร์ที่อยากแนะนำก็คือ Procreate ตัวนี้นี่เอง เป็นแอปฯ ที่นักวาดภาพทั้งหลายต่างรู้สึกประทับใจ ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องมือมากมายให้เลือกใช้ สามารถสร้างเลเยอร์ได้เป็นร้อย แถมยังใช้งานฟังก์ชัน mask และ blend ได้อีก และยังมี brush ให้เลือกใช้มากกว่า 130 แบบ เวอร์ชัน 5.2 จะซัปพอร์ด M1 iPad และมีเครื่องมือสำหรับวาดภาพ 3 มิติมาด้วย คุ้มค่าน่าใช้มากๆ เลยล่ะครับ

ค่าใช้จ่าย: $9.99
แพลตฟอร์ม: iPad (iOS 11.1+)


05 Artweaver 7

Artweaver 7
Artweaver 7
(เครดิตภาพจาก Artweaver 7)

อาจเป็นซอฟต์แวร์ที่ให้ทางเลือกกับผู้ใช้ไม่มากนัก เพราะมันมีเฉพาะเวอร์ชันบนวินโดวส์เท่านั้นนี่สิ แต่ถ้าเรามีงบที่จำกัดและอยากได้ตัวที่สร้างสรรค์งานศิลปะที่ยอดเยี่ยมล่ะก็ต้องตัวนี้เลย เพราะมันมี brush ให้เลือกใช้อยู่มากมายและให้ความรู้สึกไม่ต่างกับของจริง แถมยังใช้งานง่ายด้วยอินเตอร์เฟซที่ตรงไปตรงมา สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ

Artweaver 7 จะมีให้เลือก 2 เวอร์ชัน นั่นคือ Artweaver Free และ Artweaver Plus ซึ่งแน่นอนว่า ของฟรีย่อมใช้งานได้ไม่ครบครันเท่าของมีค่าใช้จ่าย เลือกใช้ได้ตามสะดวกเลย

ค่าใช้จ่าย: Basic ฟรี, Plus $41.16
แพลตฟอร์ม: Windows


06 Clip Studio Paint Pro

Clip Stdio Paint
Clip Stdio Paint
(เครดิตภาพจาก clipstudio.net)

อยากจะบอกว่า Clip Studio Paint คือหนึ่งในสุดยอดซอฟต์แวร์สร้างงานดิจิทัลสำหรับนักวาดการ์ตูนเลยเชียวล่ะ ความพิเศษของมันมีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือเมื่อเราใช้งานบนแท็บเล็ต มันจะมีคุณสมบัติในการตรวจสอบความแรงของการกดที่จะทำให้เส้นที่วาดไปนั้นดูเป็นธรรมชาติจนเหมือนกับเราใช้พู่กันวาดลงบนกระดาษจริงๆ เลยละครับ

ซอฟแวร์ตัวนี้มีให้เลือกใช้ในแทบจะทุกแพล็ตฟอร์มบนโลกนี้แล้ว มีให้เลือกใช้กันสองเวอร์ชันด้วยกัน คือแบบ EX สำหรับคนที่ต้องการของครบและไม่เกี่ยงเรื่องราคา กับอีกเวอร์ชัน คือ PRO สำหรับใครอยากแค่ทดลองใช้ นอกจากนี้ยังมีให้ทดลองใช้ก่อนได้ 30 วันอีกต่างหาก

ค่าใช้จ่าย: PRO $49.99, EX $219
แพลตฟอร์ม: Windows, macOS, iPad, iPhone, Android. Chromebook


07 Rebelle 5

Rebelle 5
Rebelle 5
(เครดิตจาก escapemotions.com)

หลายคนคงคิดเหมือนๆ กันว่าโปรแกรมอย่าง Painter 2022 นั้นดูจะราคาสูงเกินไป และมองหาทางเลือกใหม่ ซึ่ง Rebelle 5 ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย มี brush ให้เลือกมากกว่า 170 preset ออกแบบมาเพื่อเลียนแบบลักษณะการเทสีในความเป็นจริง ใช้ซอฟต์แวร์นี้แล้วจะพบว่าการระบายมันเหมือนใช้สีน้ำหรือสีน้ำมันของจริงเลยทีเดียว

ในเวอร์ชันใหม่ๆ ก็มีหลายสิ่งพัฒนาขึ้นมาก ทั้งการจัดการเลเยอร์ การจัดการสี และอีกหลายอย่าง น่าเสียดายอยู่นิดหน่อยที่ Standard Edition อาจจะใช้งานหลายคุณสมบัติไม่ได้ แต่ถ้าไม่คิดมาก หรือไม่ได้ต้องการอะไรที่มากมาย ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว แถมยังราคาเบากว่ากันเยอะอีกด้วยครับ

ค่าใช้จ่าย: Standard Edition $89.99 
แพลตฟอร์ม: Windows 8 หรือ macOS X 10.13 ขึ้นไป


08 ArtRage 6

ArtRage6
ArtRage6
(เครดิตภาพจาก artrage.com)

เชื่อไหมว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งเลยที่ซอฟต์แวร์ชื่อ ArtRage ติดอยู่ในใจของเหล่าศิลปินและนักวาดภาพด้วย เพราะงานที่ได้ให้พื้นผิวและสีที่เหมือนจริงด้วยราคาที่ดึงดูดใจกว่าซอฟต์แวร์บางตัว สำหรับคนที่เคยใช้ Photoshop มาก่อน จะรู้สึกว่าไม่ต้องปรับตัวอะไร เครื่องมือต่างๆ ก็ทำได้ตามที่ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ควรจะมี ทั้ง brush ที่ปรับแต่งได้ บันทึก action เก็บไว้ใช้ และการปรับแต่งโน่นนี่นั่น 

ค่าใช้จ่าย: $79
แพลตฟอร์ม: Windows, macOS


09 TwistedBrush Pro Studio

TwistedBrush Pro Studio
TwistedBrush Pro Studio

ของดีบางทีก็มีข้อจำกัด ดูอย่าง TwistedBrush Pro Studio แม้จะมีให้ใช้ได้เฉพาะบนวินโดวส์ แต่เขามีจุดเด่นที่มีมากกว่า 9,000 brush ให้ใช้ อีกทั้งเรายังสามารถสร้าง brush ของเราเองได้อีกต่างหาก แต่เขาก็ไม่ได้มีแต่ brush นะที่เป็นจุดขาย เพราะโปรแกรมนี้มีทุกสิ่งที่ต้องใช้ ทั้งเรื่อง เลเยอร์, มาสก์, การตั้งค่าความโปร่งใส, ฟิลเตอร์ และอื่นๆ และมีทางเลือกให้กับคนที่งบไม่สูง เพราะเปิดให้ทดลองใช้ฟรี มีเวอร์ชัน license และแบบ perpetual license ให้เลือกด้วยครับ

ค่าใช้จ่าย: ฟรี, $109, $199
แพลตฟอร์ม: Windows


10 Krita

Krita
Krita
(เครดิตภาพจาก krita.org)

มาถึงโปรแกรมออกแบบ Graphic ตัวสุดท้ายของบทความนี้ มันพิเศษมากเพราะว่ามันเป็นโปรแกรมฟรี แถมมีใช้บน Linux อีกต่างหาก เป็นโปรแกรมที่เริ่มมีขึ้นมาตั้งแต่ปี 2004 ในโลกศิลปะดิจิทัล แทบไม่มีใครไม่รู้จัก มันเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและปรับแต่งได้อย่างที่ต้องการ แต่อาจจะไม่ค่อยมีระบบซัปพอร์ตลูกค้า ผู้ใช้งานจำเป็นต้องศึกษาเอาจากคู่มือออนไลน์ แต่เอาเข้าจริง มันก็ไม่ได้ใช้งานยากเย็นอะไรขนาดนั้นหรอกนะครับ

โปรแกรมนี้มีให้ทั้ง brush รูปแบบต่างๆ ที่สร้างไว้ให้ล่วงหน้ากว่า 100 รายการ มีเครื่องมืออย่าง Color Smudge, Shape engine และ Particle engine แถมยังอิมพอร์ต brush และ texture เข้ามาและแชร์ออกไปได้ด้วย 

ค่าใช้จ่าย: Free
แพลตฟอร์ม: Windows, macOS, Linux


บทความที่เกี่ยวข้อง:

หมายเหตุ: Designil ทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อสร้างคอนเทนต์ดีๆ มีสาระประโยชน์ให้กับทางผู้อ่าน สิ่งที่ทีมงานแนะนำทั้งหมดมาจากความเห็นของทีมงาน เราแนะนำเฉพาะของดีที่เราเห็นว่ามีประโยชน์จริงเท่านั้นครับ หากคุณชอบเนื้อหาแบบนี้และอยากสนับสนุนให้ทีมงานมีแรงสร้างคอนเทนต์ดีๆ เพิ่มในอนาคต สามารถซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนบทความของเราได้นะครับ บางลิงก์ทางทีมงานจะได้รับส่วนแบ่งเล็กน้อยโดยจะไม่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับทางผู้อ่าน ขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับ

Related posts

Recent posts