แชร์ผลงานเด็ดจาก Cannes Lions Awards 2022 สาขา Experience

Natk

สวัสดีค่า กลับมาพบกับแอดนัทคนเดิม วันนี้แอดนัทจะมาเขียนสรุปจากงาน Cannes Lions Awards 2022 ในแบบฉบับจับต้องได้ พร้อมเนื้อหาที่ครบถ้วน ทั้งปัญหาของ, ขั้นตอนการทำงาน, insight และตัวผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาออกมา

เรียกได้ว่าเราจะได้ไอเดียและแนวคิดด้านการรีเซิร์ชเพียบเลยค่ะ รวมไปถึงไอเดียเจ๋งๆ ซึ่งบางอย่างเราอาจจะคาดไม่ถึงเลยก็ได้ มาดูกันเลยว่าจะมีงานอะไรที่น่าสนใจบ้าง

The Cannes Lions Awards คืออะไร?

คืองานประกาศผลรางวัลทางด้านโฆษณาและแบรนด์ โดยจะมีทั้งประกาศผลรางวัล, บรรยาย, และให้เราได้เรียนรู้ไอเดียใหม่ๆ โดยจะมีผลงานมากมายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยในปัจจุบันจะมีหมวดหมู่รางวัลเป็นผลงานด้านดิจิทัลเยอะขึ้น เรียกว่าเป็นงานที่ผสมผสานทั้งเทคโนโลยี การตลาด แบรนด์ และการออกแบบ Experience ได้อย่างครบถ้วน

โดยจะมีประกาศผลรางวัลทุกๆ ปี อย่างในปีนี้ 2022 ประกาศผลไปวันที่ 20 – 24 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา

โดยหมวดหมู่หลักๆ ในการประกาศผลรางวัลก็จะมี

  1. Classic
  2. Craft
  3. Engagement
  4. Entertainment
  5. Experience
  6. Good
  7. Health
  8. Strategy
  9. Titanium

ข้อมูลจาก Cannes lions awards

ประเภทของ Cannes Experience Awards จะมี 5 กลุ่มดังต่อไปนี้

  • 1. Brand experience
  • 2. Creative commerce
  • 3. Innovations lions
  • 4. Mobile lions
  • 5. Creative business & transformation

โดยในวันนี้เองเราจะมายกตัวอย่าง แบรนด์ที่ชนะเลิศและผลงานในหมวดหมู่ของ Experience จะคัดเลือกจากผลงานที่น่าสนใจและน่าติดตามมาฝากทุกคนกันค่ะ บอกเลยว่าสนุกมาก


1. The real tone by Google

The real tone by google - Cannes Lions Awards 2022
The real tone by google

Google Pixel ได้พัฒนาฟีเจอร์ในการถ่ายภาพนิ่งมาในเวอร์ชั่น Google pixel 6

โดยมีปัญหาเริ่มต้นคือ ทุกครั้งที่คนจะซื้อมือถือใหม่ คนอาจจะอยากได้กล้องที่ดีขึ้นและคุณภาพของฮาร์ดแวร์ที่ดีขึ้น

แต่การที่ Google จะทำให้ความคมชัดของกล้องนั้นแตกต่างจากคู่แข่ง เป็นอะไรที่เป็นไปได้ยากมากในยุคปัจจุบัน เพราะทุกแบรนด์ต่างก็พัฒนาฟังก์ชันการถ่ายภาพออกมาได้ดีเหมือนๆ กันหมด Google จึงต้องหาทางทำยังไงก็ได้ให้แบรนด์แตกต่าง

ทีมงานก็เลยไปรีเซิร์ชมาว่ายังพอมีโอกาสอะไรบ้าง ทั้งด้านผู้ใช้ที่หลากหลายวัฒนธรรม และ culture ของผู้ใช้งาน สรุปก็ค้นพบ insight (ประเด็นความต้องการของ User ที่สำคัญ เราจะนิยมใช้คำนี้ในการสรุปผลของการทำรีเซิร์ช)

ที่ว่า “กล้องที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะต้องถ่ายได้คมชัดพิกเซลหลักล้านหรือมีฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุด แต่จะต้องเป็นกล้องที่ถ่ายภาพได้ทุกมุมมอง ทุกด้าน ไม่ว่าเราจะเป็นใครก็ตาม”

สุดท้ายจึงออกมาเป็นฟีเจอร์ที่เรียกว่า The real tone by Google เป็นกล้องแบบแรกที่ช่วยปรับสีของภาพให้เข้ากับสีผิวของนายแบบนางแบบ ด้วยการทำให้เราสวยที่สุดในแบบของเรา โดยที่จะไม่ปรับสีผิวเราให้ขาวจนเกินความเป็นจริงจากสีผิวที่แท้จริงของเรา เรียกว่าเป็น hardware ตัวแรกที่ช่วยถ่ายภาพและ capture สีผิว ให้เรามีความสว่างที่เหมาะสม และสวยสมจริงตามสีผิวของนายแบบนางแบบ

โดยฟีเจอร์ตัวนี้ใช้เวลาพัฒนานานถึง 5 ปี ตั้งแต่เป็นคอนเซปต์บนกระดาษ ไปจนถึงทำงานด้วยกันกับทีม Data, AI จนกระทั่งปล่อยออกมาให้เราใช้งานกันในปัจจุบัน เป็นฟีเจอร์และไอเดียแคมเปญที่ดีมากของ Google เลยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม Image equity: Making image tools more fair for everyone


2. Quest for Dyslexia Samsung China

โพรเจกต์นี้มาจากบริษัทซัมซุง ประเทศจีน​

ในประเทศจีนนั้นมีคนป่วยเป็นโรค Dyslexia อยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นโรคที่ไม่ค่อยมีคนรู้ตัวว่าเป็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเด็กถึง 15 ล้านคนในทุกๆ ปี โดยความเป็นจริงก็คือมีเพียงแค่ 5% ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค และนอกจากนั้นพ่อแม่ก็อายที่จะพาลูกไปศูนย์ตรวจอีกด้วย

โรค Dyslexia ก็คือภาวะผิดปกติเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาที่ส่งผลให้ไม่สามารถอ่าน สะกดคำ หรือเขียนหนังสือได้ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการแยกเสียงตัวอักษรและการเชื่อมโยงเสียงตัวอักษรเข้ากับรูปคำต่าง ๆ ซึ่งผู้ที่ประสบปัญหานี้มีระดับสติปัญญาและการมองเห็นเป็นปกติ สามารถเรียนหนังสือได้เหมือนคนทั่วไป เพียงแต่ต้องพยายามอย่างมาก

เป้าหมายของโพรเจกต์นี้คือช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และเห็นสัญญาณของโรคล่วงหน้า ช่วยให้พ่อแม่เด็กเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อทำให้พัฒนาการของเด็กดีขึ้นได้ ซัมซุงจึงอยากแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มเกมทำเทสด้าน Dyslexia เข้าไปในกิจกรรมของเด็กๆ ที่สามารถทำได้ทุกวันที่บ้าน

เกมนี้จะเหมาะสำหรับเด็กตัวน้อย โดยตัวแบบทดสอบจะมีรูปภาพตัวหนังสือภาษาจีนแบบต่างๆ ทำให้เด็กสามารถเล่นไปด้วย และทดสอบด้าน dyslexia ไปด้วยได้ มีแต้มให้ดูหลังเกมจบ หน้าตาเกมก็น่ารักมากเหมาะสำหรับเด็ก

โดยหลังจากที่โพรเจกต์ปล่อยออกไป สามารถช่วยวิเคราะห์โรค Dislexia ภายในเด็กแบบเบื้องต้นได้มากกว่า 25,000 เคสเลยทีเดียวค่ะ

ดูวิดีโอเพิ่มเติมได้ทาง Samsung ‘Quest For Dyslexia’


3. I Will Always Be Me – The Book That Banks Your Voice

Motor Neuron disease (MND)
กลุ่มโรคที่มีความเสื่อมอย่างต่อเนื่องของเซลล์ประสาทสั่งการ (Motor neurons) ที่ Anterior horn cell บริเวณไขสันหลัง หรือ Cranial nerve nuclei ที่ Brainstem หรือ Pyramidal cells ใน Motor Cortex ที่เปลือกสมอง รวมไปถึงความเสียหายใน Pyramidal Tract

โพรเจกต์นี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Dell Technologies, Intel และ Rolls Royce ในการทำระบบหนังสือที่เก็บคลังเสียงของคุณไว้ทั้งหมด

โดยการเริ่มต้นนั้น มีปัญหาที่พบดังต่อไปนี้คือ

  • โรค MND เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้
  • ผู้ป่วยจะเริ่มเสียการควบคุมทางด้านร่างกาย รวมถึงไปการควบคุมกล่องเสียงที่ใช้พูดคุยด้วย
  • บางครั้งอาจจะไม่สามารถกลับมาพูดได้อีกเลยตลอดชีวิต หากว่าอาการแย่ลง
  • ตัวระบบ Voice banking หรือคลังเก็บเสียง จึงเป็นเครื่องมือตัวเลือกเสริมสำหรับผู้ป่วยโรค MND ซึ่งผู้ป่วยมักจะสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง ทำให้บางครั้งระบบมันดูน่ากลัว และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยวอีกด้วย

โอกาสที่ทางแบรนด์มองเห็นคือทำเพื่อหาวิธีการที่จะทำให้ความรู้สึกและประสบการณ์การใช้งาน Voice banking นั้นดีขึ้นและน่าประทับใจ ไม่ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว สำหรับผู้คนที่ไม่มีตัวเลือกอื่น

และ insight ที่เจอจากโพรเจกต์นี้คือ ต้องยอมรับให้ได้ว่าโรคนี้จะเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงอาการควบคุมร่างกายก็จะทำไม่ได้ขึ้นเรื่อยๆ จิตใจของผู้คนรอบข้างจึงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยนั้นรู้สึกดีขึ้น

โดยตัวโพรเจกต์นี้ได้พยายามปรับปรุงตัว Voice banking ที่ผู้ป่วยสร้างขึ้นมาเองนั้นให้เป็นระบบที่ทุกคนสามารถใช้งานได้ โดยจะใช้งานได้สองฝั่งคือ ตัวผู้ป่วยและคนที่คุณรัก ทำให้ผู้ป่วยได้บันทึกเสียงตัวเองลงไปในระบบ และประกอบขึ้นมาเป็นคำพูด สามารถเล่านิทาน พูดคุยกันได้อย่างเหมือนเสียงจริงของตัวผู้ป่วยเองโดยที่ไม่เป็นเสียงแบบโรบอตแต่อย่างใด

โดยวิดีโอนี้สอนให้รู้ว่าคุณสามารถสร้าง product อะไรที่มัน functional ก็ได้ แต่ feeling และความรู้สึกที่คุณสร้างไม่ได้ คือส่วนสำคัญของ product ที่ทำให้งานนี้มีความหมายและ emotional มากๆ

อ้างอิงจาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพาตเฉียบพลัน Motor Neuron disease


4. Vice media world news

Vice world news เป็นสำนักข่าวออนไลน์ที่มีชื่อเสียงมากๆ (เราจะเห็นได้จากช่อง Youtube)

แบรนด์เองอยากก็จะพัฒนาปรับปรุงแบรนด์ของตัวเองให้สื่อถึงเรื่องอะไรใหม่ๆ และใส่ใจต่อสังคม เพราะรีวิวที่ผ่านมานั้นแย่เหลือเกิน

โดยโพรเจกต์ที่ทำออกมาในครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันกับ British Musuem ในการนำเสนอสิ่งของเครื่องใช้ที่อยู่ในอดีต ที่หลายๆ Musuem ยุโรปได้ไปหยิบมาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก พร้อมกับเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ผ่านภาพ VR ของ Instagram โดยสร้างเป็นวิดีโอที่พูดว่า

“พิพิธภัณฑ์อังกฤษควรคืนสิ่งของที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์กลับไปให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกหรือเปล่า เพราะคุณไปเอาของเขามาจัดแสดง”

โดยในฟีเจอร์นี้ จะช่วยให้คนที่เข้าชมงานสามารถใช้มือถือ และ VR ถ่ายภาพไปยังของที่จัดแสดง และให้ของสิ่งนั้นเล่าเรื่องต่างๆในอดีต พร้อมกับภาพประกอบที่อยู่ในสถานที่จริง ในประเทศต้นทางจริง พร้อมกับเสียงคนเล่าเรื่องที่เป็นเสียงมาจากต้นตำรับของสิ่งของจากประเทศนั้นๆ

เป็นงานที่ได้รับรางวัลมากมายทางด้าน creative เลยค่ะ


5. UNESCO x Polycam

อย่างที่เราทราบกันดีว่า Unesco คือ องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ที่จะช่วยส่งเสริมเรื่องของการสันติในมวลหมู่มนุษยชาติ

ในโพรเจกต์นี้เองได้เริ่มต้นมาจากปัญหาการทูตที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เราไม่สามารถห้ามสงครามไม่ให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้นเราจะมีแคมเปญอะไรที่ออกมาเพื่อทำให้คนเห็นว่าการทำสงครามนั้นส่งผลกระทบต่างๆ ได้อีกมากมาย

โดยเป้าหมายคือเพื่อสร้างการรับรู้ทางด้านสงคราม และทำให้ UNESCO ได้สื่อสารว่าไม่ต้องการสงครามและความไม่สงบสุข

โพรเจกต์นี้จึงออกมาเป็น App ที่เรียกว่า Backup Ukraine ที่จะเป็นแอปที่ช่วยให้คนยูเครนสามารถถ่ายภาพรูปปั้น และสภาปัตยกรรมต่างๆ ในประเทศให้ออกมาเป็นภาพแบบสามมิติ เพื่อรักษาเก็บไว้ในแอปก่อนที่จะถูกทำลายจากสงคราม


6. Nike training club app

โพรเจกต์นี้คิดว่าน่าจะถูกใจสำหรับสาวๆ กันเลยทีเดียว โดยปัญหาที่ Nike พบก็คือ เข้าใจว่าผู้หญิงนั้นจะมีปัญหาเรื่องการออกกำลังกายทุกๆ เดือนในช่วงการมีรอบเดือน ไม่ว่าจะเป็นทั้งความอึดอัดจากการแต่งตัว หรือจะเป็นการออกกำลังกายเองก็ตาม

ดังนั้น Nike จึงต้องการทำความเข้าใจว่าการเป็นรอบเดือนนั้นส่งผลอย่างไรกับการออกกำลังกายบ้าง บางครั้งอาจจะส่งผลต่อการซื้อเสื้อผ้าที่ใส่ในการออกกำลังกายด้วย

โดยได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแอป NikeSynce ที่จะช่วยปรับโปรแกรมการออกกำลังกายให้เข้ากับรอบเดือนของผู้หญิง รวมไปถึงมีเสียงพูดเพื่อให้เข้าใจและเรียนรู้เพิ่มเติมได้ในร่างกายของตนเอง


ข้อคิดก่อนจากกัน

บทสรุปของเรื่องที่เล่าไปในวันนี้ทั้งหมดคือ เราอาจจะต้องมาสรุปได้ดังต่อไปนี้คือ

1. การมีเรื่องราว และประสบการณ์ที่เล่าออกส่งผลต่อการเพิ่มความประทับใจให้กับภาพลักษณ์ของแบรนด์ของเราได้

ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางทีดีและทางที่ไม่ดี แถมยังส่งผลต่อความรู้สึทางด้านจิตใจของเราด้วย

2. ดีไซน์ที่ดีนั้น สามารถเปลี่ยน Mental model ของเราได้จริงๆใช่มั้ย?

งานหลายๆ ตัวนั้นถูกออกแบบมาเพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ Mental model ของคนในยุคปัจจุบัน แล้วถ้าเกิดว่าเราต้องการให้งานของเราไปปรับเปลี่ยน Mental model ของคน เพื่อทำให้ธุรกิจของเราดีขึ้นล่ะ จะต้องแบบไหน?

3. เปลี่ยนจาก Design thinking ให้เป็น Design Feeling

สร้างของที่ช่วยเติมเต็มทางด้านฟังก์ชันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการออกแบบ แต่สุดท้ายแล้วก็อย่าลืมคิดถึงเรื่องของ Feeling และ Desireable ความรู้สึกจากการใช้งานด้วย


จริงๆ ยังมีอีกหลายแคมเปญและหลายไอเดียทางด้าน experience ที่สนุกอีกเพียบเลยค่ะ แต่อยากให้ไปดูกันเองในเว็บไซต์นี้ Cannes lions awards

แล้วมาเจอกันใหม่ในบทความหน้านะคะ
ฝากติดตามแอดนัทผ่านทาง Designil เป็นประจำทางหน้าเว็บไซต์, Designil group ด้วยนะค้า ขอบคุณค่า

บทความที่เกี่ยวข้อง

Natk

Natk

ปัจจุบันเป็นดีไซน์เนอร์ที่ธนาคารสีเหลือง​ในซิดนีย์ | เคยทำงานที่มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์นมาสามปี | มีความสนใจเรื่อง User Interface, User Experience, Accessibility, Education | ผู้ก่อตั้งกรุ๊ปเฟซบุค Tech ไทยในออสเตรเลีย | ผู้ดูแลเว็บไซต์ Designil
บทความทั้งหมด

Related posts

Recent posts