online-shop-woocommerce

5 เหตุผล ทำไมคุณควรเริ่มเปิดร้านออนไลน์ด้วย WooCommerce

ปัจจุบันเรามีช่องทางการขายของออนไลน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขายใน Social Network, ไปฝากขายในเว็บไซต์หรือแอพต่าง ๆ ที่หัก % จากยอดขาย,  ไปใช้บริการร้านค้าออนไลน์ที่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน, หรือเปิดเว็บไซต์ร้านค้าตัวเองขึ้นมา

แน่นอนว่าทางเลือกสุดท้ายคนมักจะหลีกเลี่ยงกัน เนื่องจากว่าต้องลงทุนเยอะ ใช้เวลานานกว่าจะทำเสร็จ และถ้าจะทำเองก็ไม่มีประสบการณ์มากพอ

บทความแนะนำ: แชร์ประสบการณ์คนไทยทำปลั๊กอิน WordPress

วันนี้ทางทีม Designil เลยจะมาแนะนำทางเลือกหนึ่งในการทำเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง โดยใช้เครื่องมือฟรี 100% ชื่อว่า WooCommerce นั่นเองครับ มาดูไปพร้อม ๆ กันว่าข้อดีของการใช้ WooCommerce มีอะไรบ้าง

1. ใช้งานฟรี อัพเดทตลอดโดยทีมงานผู้พัฒนา

WooCommerce WordPress

ปลั๊กอิน WooCommerce เป็นปลั๊กอินของ WordPress ที่คุณสามารถโหลดมาติดตั้งเพื่อเปิดร้านค้าออนไลน์ได้ฟรีทันที โดยออกมาตั้งแต่ปี 2011 และยังอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ ๆ รายเดือนมาจนกระทั่งปัจจุบัน

ซึ่งอนาคตของ WooCommerce ก็ค่อนข้างสดใส เพราะว่าเจ้าของ WooCommerce คือ บริษัท Automattic ในอเมริกา ที่มีมูลค่ากว่า 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง WordPress.org และ WordPress.com อีกด้วย

2. WORDPRESS SEO ดีมาก

ถ้าใครทำเว็บไซต์มาก่อน อาจจะเคยได้ยินเรื่อง SEO หรือ Search Engine Optimization ซึ่งก็คือคะแนนในการจัดอันดับเวลาคนเสิร์จ Google ซึ่ง WordPress ก็เป็นที่ขึ้นชื่อด้าน SEO ที่ดีมาก ๆ อยู่แล้ว ถ้าใช้ WordPress ก็สบายใจได้เลยว่าติด Google ง่ายแน่นอน

สำหรับใครที่สงสัยว่าทำไม WordPress SEO ถึงดี เนื่องจากว่าตัวธีมส่วนใหญ่จะคำนึงถึง SEO อยู่แล้ว และทุกครั้งที่เราอัพเดทเว็บ WordPress จะไปแจ้งเว็บไซต์อื่น ๆ ให้มาเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ (เรียกว่า Ping) จึงทำให้เราโฟกัสกับตัว Content ได้เลย ยิ่งใครวางแผนจะทำ Content Marketing อยู่แล้วยิ่งแนะนำให้ใช้ WordPress เลยครับ

บทความแนะนำ: จูน WordPress ของคุณให้เข้ากับ SEO

3. ระบบ CMS ใช้ง่าย คนใช้เป็นล้าน

topbrands-wordpress.png

เว็บไซต์แบรนด์ดัง ๆ ใช้ WordPress กันทั้งนั้น – WPBeginner

ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress กว่า 60 ล้านเว็บทั่วโลก และ 1/4 ของเว็บไซต์ที่คนใช้มากที่สุดในโลก 10 ล้านเว็บแรก ก็ใช้ WordPress ทั้งหมด ส่วนตัว WooCommerce เองก็ไม่น้อยหน้า ในปี 2015 มีการ Survey พบว่าเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ 30% บนโลกพัฒนาด้วย WooCommerce

สำหรับในไทยเราก็มีคนใช้อยู่มากมาย ถ้าเกิดปัญหาก็สามารถไปสอบถาม พูดคุยได้ที่กรุ๊ป WordPress Bangkok ที่มีสมาชิกกว่า 12,000 คน หรือของต่างประเทศก็มีกรุ๊ป Advanced WooCommerce ที่มีสมาชิกกว่า 15,000 คน

นอกจากนั้นทุกเดือนในกรุ๊ปคนไทยเรายังมีจัด WordPress Meetup และทุกปีก็จัดงานชื่อว่า WordCamp Bangkok ซึ่งเป็นงานรวมคนใช้ WordPress ที่ใหญ่ที่สุด ของปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คน เรียกได้ว่า Community คนไทยแข็งแกร่งมาก

4. เปลี่ยนหน้าตาได้เยอะ

shopkeeper-theme.jpg

ตัวอย่างธีมชื่อ Shopkeeper ของ WooCommerce (2,300 บาท)

เรื่องหน้าตาไม่ใช่ปัญหาสำหรับ WooCommerce เพราะเราแค่เปลี่ยนหน้ากาก หรือ Theme ก็จะได้เว็บไซต์รูปแบบใหม่ โดยที่ข้อมูลยังเหมือนเดิม การใช้งานหลังบ้านก็ไม่เปลี่ยน

ซึ่งตัว Theme WooCommerce มีทั้งแบบฟรี และธีมเสียเงินที่ราคาถูกมาก ประมาณ 1,500 – 2,500 บาทเท่านั้น (อัพเดทฟรีตลอดชีพด้วย)

สำหรับการเริ่มต้นขายของออนไลน์ ทาง Designil ขอแนะนำธีมฟรีชื่อ Storefront ซึ่งเขียนโดยทีมงาน WooCommerce เอง ทำให้แน่ใจได้ว่าคุณภาพดีมาก โหลดเร็ว และอัพเดทตลอด

5. ระบบเทียบเท่า E-COMMERCE ใหญ่ ๆ

ข้อดีอีกอย่างที่ระบบฟรีอื่น ๆ สู้ WooCommerce ได้ยากมาก คือ ความยืดหยุ่นของระบบที่สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย

ไม่ใช่แค่ขายสินค้าออนไลน์เท่านั้น สามารถขายได้ทั้งคอร์สออนไลน์, ขาย License ปลั๊กอิน, รับจองโรงแรม, ขายระบบสมาชิก Subscription ฯลฯ และยังรองรับการจ่ายเงินหลากหลายรูปแบบ จะโอนผ่านธนาคาร, Paypal, หรือจ่ายบัตรเครดิตก็ยังได้

ถ้าในอนาคตต้องการระบบเพิ่มเติม ก็มีปลั๊กอินทั้งฟรี และเสียเงิน (เช่น ระบบ Autocomplete ที่อยู่ลูกค้าในไทยอัตโนมัติ ที่เราพัฒนาขึ้นมา) ออกมาให้ใช้เต็มไปหมด เรียกได้ว่าอยากได้อะไรก็เสกได้ด้วย WooCommerce ทั้งหมด

ส่วนฟีเจอร์สำคัญ ๆ อย่าง การคิดค่าขนส่ง, ระบบคูปอง, ระบบจัดการออเดอร์, ระบบสต็อกสินค้า สิ่งเหล่านี้มีมาให้แบบพร้อมใช้ใน WooCommerce เรียบร้อยแล้วครับ

ข้อเสียของ WOOCOMMERCE ไม่มีเลยเหรอ

หลาย ๆ คนอ่านมา 5 ข้ออาจจะสงสัยแบบนี้ครับ จากที่เคยใช้มาพบว่ามีข้อเสียในเรื่องของการเลือกธีม ว่าต้องเลือกธีมในการใช้งานที่เชื่อถือได้ว่าจะมีการอัพเดทในอนาคต (เช่น Storefront หรือธีมเสียเงินที่ดัง ๆ)

เนื่องจากว่าระบบ WordPress และ WooCommerce มีการพัฒนาไปตลอดเวลา ทำให้คนที่ทิ้งเว็บไซต์ไว้เป็นปี ไม่ยอมอัพเดท จะเสี่ยงต่อการโดนแฮคได้ง่ายครับ ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมถึงมีคนบางกลุ่มบอกว่าเว็บไซต์ WordPress โดนแฮคง่ายนั่นเอง

จะเห็นว่าปัจจุบันการทำร้านค้าออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ทำได้ แถมง่ายขึ้นเยอะเพราะปัจจุบันสมัคร Web Hosting + Domain ชื่อตัวเอง รวมกันไม่ถึงพันบาทก็ได้เว็บไซต์แล้ว

และถ้าต้องการปรับแต่งเว็บไซต์แบบที่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์ในอนาคต ก็สามารถหาได้ง่าย เพราะปัจจุบันมีคนใช้ระบบนี้เยอะขึ้น ทำให้มีคนรับปรับแต่งระบบมากขึ้นครับ (หรือจะติดต่อทางทีม Designil Code ทางเราให้คำปรึกษาและบริการโค้ดโดยผู้เชี่ยวชาญ WordPress & WooCommerce ครับ)

หากมีคำถามอะไรเกี่ยวกับการใช้ WordPress และ WooCommerce สามารถมาถามได้ที่กรุ๊ป WordPress Bangkok ตลอด 24 ชั่วโมงครับ มีคนเก่ง ๆ และใจดีมาช่วยตอบแน่นอน




There are no comments

Add yours

ไม่อยากพลาดบทความดี ๆ ด้าน Web Design, HTML5, CSS3 ใช่มั้ย ?

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกกว่า 2,500+ คนของ Designil และรับบทความใหม่ ๆ ส่งตรงถึงอีเมลคุณ! (ไม่มีแสปม 100%)

สมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว! กรุณาเช็คอีเมลของคุณเพื่อกดยืนยันการสมัครสมาชิก