freelance tool

ห้ามป่วย! ห้ามพัก! รวมเครื่องมือเด็ด ๆ สำหรับ Freelance !!

freelance tool
Share on facebook
Share on twitter
Share on telegram
Share on linkedin
Share on email
รวม Tool ต่าง ๆ มากมายสำหรับชาวฟรีแลนซ์ ครอบคลุมทุกเรื่องตั้งแต่การหางาน, การทำใบเสนอราคา, ทำใบเสร็จ, เครื่องมือติดต่อกับลูกค้า จนถึงการส่งงานให้ลูกค้า

พอดีมีโอกาสได้ไปพูดในงาน “Freelance ยังไง??” ร่วมกับพี่โบว์ Freelance UI/UX Designer ที่ Pah Space มาครับ ว่าด้วยเรื่องของ “เครื่องมือช่วยชีวิต” ที่ใช้จริงในการทำงานฟรีแลนซ์

เนื่องจากมีหลาย ๆ ท่านที่ไม่สะดวกไปงานก็สอบถามมาว่าพูดเรื่องอะไรไปบ้าง วันนี้เลยจะมาแนะนำ Tool ต่าง ๆ ที่น่าสนใจให้ฟังในบลอคกันครับ

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าชีวิตฟรีแลนซ์เป็นยังไง แนะนำให้ลองอ่านบทความ แฉชีวิตฟรีแลนซ์… ดีจริงหรือโกหก กันได้เลยครับ ทางคุณนัท (Guest Writer) เขียนเอาไว้ละเอียด อ่านสนุกมากครับ

Freelance Workflow ฟรีแลนซ์ทำงานยังไงนะ

ขั้นตอนการทำงานของ Freelance ตั้งแต่เริ่มยันจบงาน
ขั้นตอนการทำงานของ Freelance ตั้งแต่เริ่มยันจบงาน

รูปด้านบนคือ Flow การทำงานของฟรีแลนซ์ทั่ว ๆ ไป ตั้งแต่การเริ่มหาลูกค้า (ด้านบนสุด) ไปจนถึงการส่งงานเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (ด้านล่างสุด) ครับ

เรามาดูเครื่องมือดี ๆ น่าใช้งานต่าง ๆ สำหรับ Freelance ในแต่ละขั้นตอนกันเลย

1) เครื่องมือสร้าง Branding สำหรับฟรีแลนซ์

ฟรีแลนซ์ควรจะมีเส้นสายที่ทำให้มีงานเข้ามาตลอดครับ เพื่อให้มีรายได้มั่นคง ซึ่งวิธีหนึ่งที่ได้ผลมาก คือ เราต้องสร้างแบรนด์ของตัวเองให้เป็นที่รู้จัก ให้ลูกค้ารู้ว่าถ้าเค้าต้องการงานประเภทนี้ ต้องมาติดต่อเรา

Medium เว็บไซต์สำหรับเขียนบลอคฟรี บน Interface คลีน ๆ
Medium เว็บไซต์สำหรับเขียนบลอคฟรี บน Interface คลีน ๆ

เครื่องมือสำหรับ Personal Branding ที่น่าสนใจ คือ:

  • Facebook Page – วิธีนี้เหมาะกับคนไทยเป็นพิเศษ เพราะคนไทยใช้ Facebook กันเยอะมากครับ เห็นได้จากการที่นักวาดรูป วาดการ์ตูนต่าง ๆ ก็โด่งดังขึ้นมาจาก Facebook Page หลายคน แถมมี Like เป็นหมื่น ๆ แสน ๆ กันทั้งนั้น
  • Medium / Storylog – การเขียนบลอคหรือบทความที่น่าสนใจก็ช่วยให้เราเป็นที่รู้จักได้ครับ โดยอาจจะใช้ Medium หรือ Storylog ที่มีฐานคนอ่านอยู่แล้ว (Medium คนไทยอาจจะน้อยหน่อย)
  • WordPress / Blogspot – ถ้าใครอยากมีเว็บไซต์เป็นชื่อตัวเองมากกว่า ก็มี WordPress.com กับ Blogspot ที่เราจะได้ชื่อของเรามาด้วยเลย ข้อเสียคือเราต้องนำไปโปรโมทสร้างฐานคนอ่านขึ้นมาเอง
  • Dribbble / Behance – (สำหรับ Designer) เว็บไซต์ที่ให้เหล่าดีไซเนอร์ไปปล่อยพลังกันได้ และจะมีแมวมองจากทั่วโลกมาคอยหาคนไปทำงานครับ มีคนรู้จักหลาย ๆ คนที่ได้งานฟรีแลนซ์จากเว็บพวกนี้เป็นหลักเหมือนกันครับ

2) เครื่องมือสำหรับพูดคุย Communication สำหรับฟรีแลนซ์

การคุยงานเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ขนาดที่ว่าถ้าคุยไม่เป็นจะทำให้ชีวิต Freelance อยู่ยากมาก ซึ่งนอกจากจะพูดคุยกับลูกค้าตอนไปรับ Requirement / คุย Scope งาน ยังมีการติดต่อพูดคุยระหว่างทำงาน การอัพเดท และการส่งงาน ทวงเงินลูกค้าด้วย

User Interface สวย ๆ คลีน ๆ ของแอพแชท Telegram
User Interface สวย ๆ คลีน ๆ ของแอพแชท Telegram

มาดูกันว่ามีเครื่องมือไหนบ้างที่ฟรีแลนซ์ควรเอามาใช้คุยงาน:

  • LINE – แอพคุยงานมาตรฐาน (และคุยเล่น) สำหรับคนไทย ข้อดี คือ แอดง่าย ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวมากนัก ส่วนข้อเสีย คือ ข้อความ / รูปภาพทุกอย่างเก็บในเครื่องเราหมด เปลี่ยนเครื่องก็หาย ลบลงใหม่ก็หาย ไม่ลบก็กินพื้นที่เครื่องอีก
  • Facebook Messenger – อีกแอพที่นิยมเอามาใช้คุยงานสำหรับคนไทยเช่นกัน แต่ Facebook บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะดูเป็นพื้นที่ส่วนตัวไปหน่อย บางทีจะตั้งสเตตัสนินทาลูกค้าก็ไม่ได้ (ไม่ดีนะครับ อย่าทำกัน)
  • Telegram – อันนี้ทางแอดมิน Designil ภูมิใจเสนอมาก เพราะรองรับทุก Platform แถม UI สวย เร็ว ส่งไฟล์ ส่งรูปอะไรก็เก็บใน Cloud ให้ฟรีหมดไม่มีวันลบ คุยงานตกลงอะไรกันไว้ว่าอะไรก็ย้อนเช็คได้หมด ใช้มาเกือบปีแล้วครับ ข้อเสีย คือ ลูกค้าบางท่านอาจจะสะดวกคุยใน LINE มากกว่า
  • Slack – แอพนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่ Startup โดยจะเหมาะกับการคุยกันในทีมมากกว่าการ invite ลูกค้าเข้ามาด้วย รองรับทุก Platform (ใน Mobile บางทีอาจจะโหลดข้อความช้าหน่อย) นอกจากนั้นยังเขียน API เชื่อมเข้ามาได้ด้วย ข้อเสีย คือ ลิมิตพื้นที่ และข้อความที่เก็บได้ ไม่งั้นต้องจ่ายตังค์เดือนละ 200 บาท / คน

3) เครื่องมือสำหรับจัดการโปรเจค Project Management Tool

ถ้าลูกค้าตกลงให้เริ่มงานแล้ว ระหว่างเราทำงานไปก็ต้องมีพูดคุยงานกันเป็นระยะ รวมถึงทำ To do list ว่ามี Task อะไรที่ต้องทำบ้างใช่มั้ยครับ จากที่ผมลองใช้มาหลาย ๆ ตัว ก็มีทั้งตัวที่ให้ลูกค้ามาคุยด้วยในนั้นเลยได้ หรือบางตัวก็เหมาะกับใช้ในทีมเราเท่านั้นครับ

Wunderlist: Todo list หน้าตาดี แถมรองรับทุก Platform
Wunderlist: Todo list หน้าตาดี แถมรองรับทุก Platform

มาดูกันว่ามี Tool ไหนน่าสนใจสำหรับ จัดการโปรเจค บ้าง:

  • Trello – เครื่องมือจัดการงานที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ Startup ด้วยความที่ใช้ฟรี และ Interface เป็นแบบ Kanban Board (แบ่งเป็นบอร์ดลิสต์งาน To do, Doing, Done อะไรแบบนี้) โดยตัวนี้เหมาะกับไว้คุยในทีมเท่านั้นครับ
  • Asana – เครื่องมือจด To do list สำหรับใช้ในทีมครับ ซึ่งหัวหน้าสามารถ Assign Task ต่าง ๆ ให้คนในทีมมาทำได้ แบ่งหัวข้อได้ตามประเภทงาน แถมมี Calendar View ให้ดูด้วย ใช้ได้ฟรีด้วยครับ
  • Wunderlist – แอพจด To do list ที่สามารถแชร์ให้คนอื่นได้ แต่ส่วนใหญ่ผมจะใช้จดงานของตัวเองมากกว่า ข้อดีคือมัน Sync ลง Cloud หมด เช็คจากไหนก็ได้ และในแต่ละ Task สามารถจด Subtask (งานย่อย) ได้ด้วย อัพรูปเข้าไปก็ได้ ที่สำคัญคือฟรีครับ
  • Evernote – แอพจด Note อเนกประสงค์ ปกติผมจะใช้จดรายละเอียดงานต่าง ๆ ครับ ข้อดี คือ มัน Sync ลง Cloud ได้ทั้งรูปและ Text หรือเราจะแคปรูปหน้าจอแล้วแปะลง Evernote ก็ได้ทันที จดเสร็จกด Share Public ได้ด้วย หรือแชร์แบบให้เพื่อนมาแก้ก็ยังได้
  • Basecamp – ตัวนี้เหมาะมากกับงานรับทำเว็บแบบเป็นโปรเจคไป ประเภทงาน Agency อะไรแบบนี้ครับ เพราะสามารถแบ่งตาม Project ได้ สามารถแอดลูกค้าของแต่ละงานเข้ามาดูได้ เวลาเพิ่ม Note หรือ Todo list ก็ให้ลูกค้าเข้ามาคอมเม้นท์ได้ หรือบางอันจะซ่อนจากลูกค้าก็ทำได้ แถมเวลาอัพเดทตั้งให้ส่งอีเมลไปหาลูกค้าได้อัตโนมัติ ถ้าเค้าไม่สะดวก Login Basecamp มาตอบ ก็ตอบอีเมลได้เลย มันจะเก็บในระบบให้ ถึงตัวนี้จะไม่ฟรี แต่ช่วยให้คุยงานกับลูกค้าง่ายขึ้นเยอะมาก

4) เครื่องมือ File Sharing / Feedback Tool สำหรับฟรีแลนซ์

นอกจากเครื่องมือสำหรับจัดการโปรเจคแล้ว การแชร์ไฟล์ต่าง ๆ เช่น ไฟล์ดีไซน์ ก็สำคัญทั้งในระหว่างการทำงาน จนถึงการส่งงานเลยครับ บางทีไฟล์ Artwork ก็ใหญ่เกินไป จะใส่ CD ให้ Messenger ไปส่งบางครั้งก็ไม่สะดวก

Interface Upload File อันเป็นเอกลักษณ์ของ Wetransfer
Interface Upload File อันเป็นเอกลักษณ์ของ Wetransfer

มาดูกันว่ามีเครื่องมืออะไรบ้างที่ช่วยในเรื่องพวกนี้

  • Dropbox – เครื่องมือสามัญประจำบ้านสำหรับแชร์ไฟล์ต่าง ๆ ข้อดี คือ ติดตั้งสะดวก รองรับทุก Platform, sync ไว, มี revision file ให้ด้วย แต่ข้อเสีย คือ ฟรีแค่ 2 GB ถ้าอยากได้เพิ่มต้อง invite เพื่อน หรือจ่ายรายเดือนเอาครับ
  • Droplr – สำหรับการแชร์ Screenshot หรือไฟล์เบา ๆ แบบใช้แล้วทิ้ง จะเอาใส่ Dropbox ก็ดูลำบากเกินไป เครื่องมือตัวนี้ทำให้เราสามารถลากไฟล์ใส่ไอคอน Droplr เพื่ออัพโหลด และเอาลิงค์ได้เลยครับ สะดวกมาก ๆ
  • WeTransfer – เวลาที่ต้องส่งไฟล์ใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะฟรีแลนซ์ หรือบริษัทต่าง ๆ ก็นิยมใช้ WeTransfer กันครับ เพราะสามารถอัพไฟล์ได้มากที่สุดถึง 2 GB ฟรี แถมมีระบบแจ้งเตือนด้วยว่าลูกค้าเข้ามาโหลดไฟล์แล้ว แต่มีข้อเสีย คือ ไฟล์จะอยู่ได้ไม่นาน ประมาณ 1 – 2 อาทิตย์เท่านั้นครับ
  • InvisionApp – (สำหรับ Designer) การคอมเม้นท์ดีไซน์เป็นปัญหาสำหรับฟรีแลนซ์มาตั้งแต่สมัยก่อนแล้วครับ เช่น ถ้าลูกค้าบอกว่า “ขอไอคอนข้างบน ขยับซ้าย 5px” เราก็อาจจะงงว่าไอคอนไหนกันแน่ที่เค้าต้องการ ซึ่ง InvisionApp จะทำให้ลูกค้าสามารถดูดีไซน์เราแล้วกด Comment ใส่จุดที่ต้องการได้เลย แถมเราก็ไปตอบได้ อัพเดทไฟล์แก้ได้ ย้อนกลับมาดูเวอร์ชั่นที่แล้วได้ จากที่เคยใช้มาแล้วสรุปว่าลูกค้าชอบมาก ๆ ครับ
  • Milanote – ตัวนี้เป็นเครื่องมือสำหรับสร้าง Moodboard สวย ๆ เสนอลูกค้าได้ง่าย ๆ เลยครับ และมี Template สามารถดึงมาใช้ได้สะดวก นอกจากจะใส่พวกรูปภาพ สีสันได้หมดแล้ว ยังใส่พวก Todo list, Kanban Board ได้อีกด้วยครับ เหมือนเป็นหน้าที่รวบรวมไอเดียไว้ Brainstorm กับทีมหรือลูกค้าก็ได้ ที่สำคัญมีให้ใช้ฟรีด้วยครับ (และถ้าใช้จนต้องจ่ายรายเดือน ก็ไม่แพงด้วยครับ

มาดูวีดิโอการใช้งาน InvisionApp กันครับ

5) เครื่องมือ Accounting Tool สำหรับทำใบเสนอราคา / ใบแจ้งหนี้ / ใบเสร็จ

คนเป็นฟรีแลนซ์นี่ต้องรับงานจากบริษัทใหญ่ ๆ ที่หัก 3% อยู่ร่ำไปครับ (บางทีเงินก็น้อยอยู่แล้ว ยังจะหักอีก T_T) เพราะฉะนั้นการทำแบบฟอร์มพวกนี้ส่งลูกค้าถือเป็นงานรองที่ต้องทำทุกครั้ง

ใบต่าง ๆ ที่ใช้กันทั่วไป (อันนี้เท่าที่แอดมินใช้ในงานจริงนะครับ ถ้าผิดถูกยังไงรบกวนผู้รู้มาชี้แจ้งได้ครับ)

  • ตอนคุย Requirement และราคากับลูกค้าเรียบร้อย ก็ส่ง “ใบเสนอราคา” ไปให้ลูกค้า
  • หลังจากที่ทำงานเสร็จแล้ว หรือจะเก็บเงินก้อนแรก ก้อนสอง ก็ทำ “ใบแจ้งหนี้” ให้ลูกค้า (บางที่อาจจะต้องทำให้ลูกค้าทำ “ใบสั่งซื้อ” หรือ PO – Purchasing Order มาก่อน)
  • พอจบงาน เงินออกเรียบร้อย ก็ส่ง “ใบเสร็จ” ไปให้ลูกค้า

ถ้าอยากทำฟอร์มต่าง ๆ พวกนี้ด้วยตัว (จะได้ตกแต่งอะไรได้ตามใจ) ทาง พี่เม่น แห่ง MennStudio ก็แจก แบบฟอร์มที่จำเป็นสำหรับฟรีแลนซ์ ให้ดาวน์โหลดกันได้ฟรีครับ มีครบทั้งใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้

ตัวอย่างใบแจ้งหนี้ แจกฟรีจากพี่เม่น
ตัวอย่างใบแจ้งหนี้ แจกฟรีจากพี่เม่น

แต่ถ้าท่านใดอยากได้แบบ Web App สำเร็จรูปสำหรับทำใบพวกนี้ ก็มี FlowAccont ครับ ซึ่งเป็น Startup ไทยที่ออกมาให้บริการเน้นฟรีแลนซ์ / SME โดยเฉพาะ แอดมินใช้อยู่ สะดวกดีมากครับ

สรุปเรื่อง “เครื่องมือช่วยชีวิต” สำหรับฟรีแลนซ์

เนื่องจากแอดมินเป็นที่ชอบลองใช้เครื่องมือต่าง ๆ มาช่วย บางตัวก็เสียเงิน บางตัวก็ฟรี บางตัวก็ดี บางตัวก็ยังไม่โอเคเท่าไหร่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากไว้ก็คือ “Tool มันจะดีไม่ดี อยู่ที่คนใช้ด้วย” ต่อให้ Tool ดีแค่ไหน แต่ถ้าคนใช้ขี้เกียจทำงาน ก็ไม่ได้ทำให้งานดีขึ้น หรือราบรื่นขึ้นเท่าไหร่หรอกครับ

หวังว่าเครื่องมือฟรีแลนซ์ต่าง ๆ ที่แนะนำไปจะทำให้ชีวิตทุกท่านสะดวกขึ้นไม่มากก็น้อยครับ ถ้าบทความนี้ยังไม่จุใจ ทาง Designil ก็มี บทความเกี่ยวกับฟรีแลนซ์ ให้อ่านเพิ่มเติมนะครับ

หรือท่านใดเป็นฟรีแลนซ์อยากมาแชร์ประสบการณ์ ทางเราก็ยินดีมากครับ ติดต่อได้ที่ Message ใน Designil Fanpage ได้เลย




Share on facebook
Share on twitter
Share on telegram
Share on linkedin
Share on email

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *