graphic design everything

[Graphic Design] กราฟฟิกดีไซน์สำคัญกับทุกอย่าง!?

จริงหรือที่กราฟฟิกดีไซน์สำคัญกับทุกอย่างในโลก?

ลองมองรอบๆตัวคุณสิครับว่า มีอะไรบ้างที่เป็นกราฟฟิกดีไซน์บ้าง? เช่น ขวดน้ำที่มีฉลากโลโก้สินค้า, กรอบรูปที่คุณโปรด, หน้าปกหนังสือที่มีสีสัน ฯลฯ ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาโดยการออกแบบทางศิลปะที่เรียกว่า “กราฟฟิกดีไซน์”

กราฟฟิกดีไซน์ไม่จำเป็นต้องอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ทเสมอไปดังที่ผมยกตัวอย่างข้างต้น ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่ากราฟฟิกดีไซน์มักจะทำในโลกอินเตอร์เน็ทเท่านั้น เช่น การออกแบบหน้าเว็บไซท์ให้สวยงาม ซึ่งเห็นได้ทั่วไปจนชินตา

แล้วกราฟฟิกดีไซน์สำคัญกับโลกเราอย่างไร?

ลองมองไปรอบตัวคุณสิครับ ถ้าสมมุติว่าทุกอย่างไม่มีสีสัน ทุกอย่างเป็นสี่เหลี่ยมแข็งๆทื่อๆ หรืออาจจะเป็นทรงกลมเพียงอย่างเดียว มันก็คงจะไม่เข้าหูเข้าตากับชีวิตประจำวันของเราแน่ๆ

ทำไมกราฟฟิกดีไซน์ถึงถูกใช้ขึ้นมาในโลก ก็เพราะว่า “มนุษย์มักจะชอบความแตกต่างเสมอ” หมายถึงชีวิตของมนุษย์จะไม่คงอยู่กับที่ จะไม่คงอยู่กับสิ่งเดิมๆที่เห็นตลอด (ยกเว้นเรื่องสามี-ภรรยา) ดังนั้นจึงมีคนที่สามารถคิดออกแบบสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือที่เรียกว่า ครีเอเตอร์ (Creator) หรือในสมัยนี้เรียกใหม่กันว่า ดีไซน์เนอร์ (Designer)

ดูๆไปเหมือนคำว่า ครีเอเตอร์ จะไม่คุ้นหูคุ้นตาเราในชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับ ดีไซน์เนอร์ ที่เมื่อพูดถึงชื่อก็ต้องร้องอ๋อกันทุกคน ปกติ ครีเอเตอร์ ไว้เรียกคนที่มีความสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้โดยใช้ความคิดด้านตรรกศาสตร์เพียงอย่างเดียว (เช่น วิศวกร, นักสถาปัตย์ เป็นต้นฯ)

องค์ประกอบของกราฟฟิกสำหรับดีไซน์เนอร์มีอะไรบ้าง?

องค์ประกอบจะถูกจัดให้เป็นหมวดใหญ่ๆอยู่ 5 หมวดด้วยกันคือ

1. รูปร่าง
2. สีสัน
3. ขนาด
4. องค์ประกอบ
5. ความหลากหลาย

รูปร่าง เป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง ถ้าพูดถึงการออกแบบเว็บไซท์ก็คือ “คุณจะทำอย่างไรให้เว็บไซท์ของคุณดูมีความเป็นเอกลักษณ์ตรงกันมากที่สุด” เช่น ถ้าคุณออกแบบเว็บไซท์เกี่ยวกับเกมส์ คุณจะต้องออกแบบรูปร่างเว็บไซท์ให้เข้ากับเกมส์มากที่สุด

สีสัน เป็นความสำคัญรองลงมา สีให้อารมณ์ที่หลากหลาย ดังนั้นจึงต้องเข้ากับสิ่งที่คุณได้ออกแบบไว้ให้ดี ถ้าเกิดสีไม่สัมพันธ์กันกับรูปร่าง มันก็จะออกมาเป็นผลงานที่ไม่มีคุณภาพ เช่น ถ้าพูดถึงทองแดง ก็จะต้องทำสีให้เป็น “น้ำตาลแดงเหลือบทอง” แต่ถ้าคุณทำสีอื่นเช่น “น้ำเงินเข้มเหลือบเงิน” มันจะใช่ทองแดงมั้ยละครับ?

ขนาด เป็นความสำคัญอันดับสามที่ต้องควบคุมร่วมกับองค์ประกอบ มีความจำเป็นเรื่องการออกแบบด้านสัดส่วนของสิ่งนั้น ถ้าพูดถึงเว็บไซท์ก็จะเป็นด้านความยาว ความกว้าง การเรียงสัดส่วนรูปภาพ เป็นต้นฯ

องค์ประกอบ เป็นความสำคัญลำดับสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด ถ้าคุณจะทำงานใดงานหนึ่ง คุณต้องจัดลำดับองค์ประกอบให้เข้ากันอย่างลงตัวก่อน นักดีไซน์เนอร์เก่งๆมักจะจัดองค์ประกอบก่อนการเริ่มงานเสมอ เช่น บางคนเปิดโปรแกรม MS – Paint แล้วเริ่มบรรจงวาดรูปลงไปอย่างเละๆ แล้วค่อยเริ่มจัดรูปเละๆนั่นให้เป็นรูปร่างเว็บไซท์ โดยอาศัยหลักการจัดองค์ประกอบอย่างละเอียด จนเริ่มสร้างเว็บไซท์ตามที่วาดรูปลงในโปรแกรมนั้น จนสุดท้ายก็ออกมาอย่างสวยงาม

ความหลากหลาย เป็นสิ่งที่นักดีไซน์เนอร์บางคนขาดไป เพราะนักดีไซน์เนอร์ส่วนใหญ่มักจะติดกับการออกแบบโดยใช้ความถนัดด้านรูปร่างที่เคยออกแบบมาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ แต่แค่เปลี่ยนองค์ประกอบให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ยกตัวอย่างเช่นเว็บไซท์หลายเว็บไซท์ที่มีเมนูแบบ Sidebars (เมนูที่ติดอยู่ข้างๆเว็บ) ซึ่งทำให้กินเนื้อที่ในการออกแบบด้านขนาด (หมายถึงถ้าเมนูมี Button เยอะๆ หรือมี Ads เยอะๆ ก็จะทำหน้าหน้าเว็บไซท์ยาวขึ้น) แต่บางเว็บไซท์แก้ปัญหานี้โดยใส่ JavaScript ให้ย่อเมนูเก็บลงไปได้ หรือสร้างเมนูย่อยลงไปอีกเพื่อเก็บ Button อื่นๆไว้ เป็นต้นฯ

การเป็นนักกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ที่ดีควรทำอย่างไร?

คำถามนี้มักจะเกิดขึ้นในหัวของนักดีไซน์มือใหม่เสมอ ซึ่งผมได้หาคำตอบมาให้แล้วครับ

1. อย่ากังวลว่าผลงานตัวเองห่วย เพราะการที่คุณคิดว่าผลงานของคุณห่วย นั่นคือคุณได้ดึงเส้นด้ายจินตนาการของคุณขาดไปแล้ว
2. สร้างความมั่นใจในผลงานของตน คล้ายๆกับข้อที่หนึ่ง ดูเหมือนง่าย แต่ความจริงยากมาก เวลาคุณทำงาน อย่าสร้างความเครียดให้กับตนเอง แต่ให้คิดว่าคุณกำลังสนุกกับการทำงาน ผมเรียกวิธีนี้ว่า “Enjoy your Imaginations”
3. ไม่ควรคิดหักโหมกับจินตนาการ เพราะงานดีไซน์ของคุณจะออกมาไม่ดี ควรไปพักผ่อนให้สมองผ่อนคลายลง เพราะงานดีไซน์ที่ดีไม่ได้มาจากกำลังสมอง แต่มาจากอารมณ์ของคนคิด ดังนั้นพักถ้าคุณคิดว่าไม่ไหว ลองดื่มน้ำเย็นๆสักแก้วแล้วนั่งฟังเพลงหรือดูทีวีก็ได้!
4. จินตนาการอยู่ทุกที่ บางเวลาถ้าคุณได้มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อน ลองหลับตาแล้วฟังเสียงของสายลมดู ลองจินตนาการตามที่คุณได้เห็นภาพเมื่อคุณหลับตา แล้วลองคิดออกแบบตามหลักของนักดีไซน์เนอร์ดู บางทีผลงานขอบคุณออกมาอาจจะดีเกินที่คาดคิดไว้
5. ไม่ควรขี้เกียจ อันนี้สำคัญ เพราะนักดีไซน์เนอร์ส่วนใหญ่มักจะส่งงานให้เจ้านายหรือผู้รับจ้างล่าช้าเสมอ (เรื่องจริงนะ! ผมเคยไปทำแบบสอบถามแล้ว) บ้างก็อ้างว่า คิดงานไม่ออก หรือไม่ก็ งานเยอะ พอไปดูเบื้องหลังกลับเห็นนั่งเล่นเกมส์ หรือไม่ก็ดูภาพยนต์ ลองปรับพฤติกรรมเล็กน้อยในชีวิตประจำวันดูครับ
6. สมุดพก จะสมุดอะไรก็ได้ มีเส้นหรือไม่มีก็ได้ แต่ขอให้พกติดตัว เวลาคุณคิดอะไรได้ขึ้นมา หรือนั่งเหม่อลอยอยู่จู่ๆก็มีความคิดพุ่งขึ้นมาแล้วคุณคิดว่าควรเก็บไว้ จดมันลงในสมุดนั้นเลยครับ บางทีคุณอาจจะได้ใช้มันในอนาคต

ผมหวังว่า บทความที่ผมเขียนมานั้นจะทำให้คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ขึ้นบ้าง สัปดาห์หน้าพบกันกับอีกบทความหนึ่งเกี่ยวกับ “กราฟฟิกดีไซน์กับความจำเป็นของจิตวิทยามนุษย์” ที่จะสอนเกี่ยวกับการออกแบบกราฟฟิกดีไซน์ให้ลงตัวกับผลงานของคุณอย่างสวยงามเลยทีเดียว วันนี้ขอลาไปก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่

LuviKunG







There are 17 comments

Add yours
    • LuviKunG

      กราฟฟิกดีไซน์เนอร์ระดับสูงทุกคนย่อมผ่านจุดนี้มาแล้วครับ ^^
      อย่าคิดว่างานตัวเองห่วย อย่าฟังเสียงของคนรอบข้าง
      มีแต่เราที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความเร่งฝีเท้าของเราครับ ^_^

      • DesignIL

        ลองเริ่มจากการจิ๊กไอเดียคนอื่นมาบ้าง อะไรบ้าง

        เค้าเรียก Copy & Develop >_>

  1. neko-nero-ro

    เขียนได้ดีมากเลยครับ

    ทำให้อยากอ่าน+ได้ความรู้ ได้ทำความเข้าใจดี

    ชอบอ่านแบบนี้มากเลยได้ข้อคิด^^

    • LuviKunG

      ขอบคุณคร้าบ
      ถ้างั้นอย่าลืมติดตามอ่านบทความหน้านะครับ มีข้อน่าสนใจตั้งเยอะ ^^b

  2. DaNA

    ชีวิตของมนุษย์จะไม่คงอยู่กับที่ จะไม่คงอยู่กับสิ่งเดิมๆที่เห็นตลอด ****(ยกเว้นเรื่องสามี-ภรรยา) <<อันนี้หมายถึงใครอ่ะคะ
    โฮะๆแซวเล่นเน้อ,จขบค.

    เขียนดีนะ อ่านเพลินดี ,,มีประโยชน์จ้ะ!
    หัวข้อที่ว่ากราฟฟิกดีไซน์เนอร์ทำอย่างไร.. มีเกือบทุกข้อ เว้นแต่ข้อ5เนี่ยซี่ ทำไงดีอ่ะคะT^T

    • LuviKunG

      ข้อ 6 เป็นข้อที่สำคัญอีกข้อหนึ่งเลยนะครับ!
      เพราะบางคนคิดอะไรได้ขึ้นมาแล้วจำไม่ได้ ลืม
      สุดท้ายก็อดเลย

      • Designil

        เมื่อก่อนตอนเขียนนิยายก็มีเหมือนกันครับ ไอสมุดเนี่ย ^^

  3. MoncheepStudio

    เยี่ยมครับ ตรงจริงๆๆ

    ผมไม่ผ่านข้อ 5 ครับ ขี้เกียจครับ เลยพาลไปข้อ 6 ด้วยเลยครับ เพราะขี้เกียจพกสมุดโน้ต

    ฮ่าๆๆๆ เวลาคิดอะไรออกพอมานั่งหน้าคอมมันก็จะอันตรธานหายไปครับ ไว้ค่อยคิดใหม่

    แล้วที่เป็นความจริงคือ คนเราจะคิดงานศิลปะได้่อเมื่อได้เสพงานศิลปะหรือสิ่งที่พึงพอใจครับ

    เมื่อใดมีความเครียดงานเราจะไม่เดิน เพราะงานศิลปะที่ดีต้องเกิดจากการตกผลึกทางความคิดครับ

    • LuviKunG

      ลองค่อยๆปรับดูครับ ไม่มีอะไรที่ยากเกินไปถ้าเราไม่ได้เริ่มทำ
      แต่ก่อนผมขี้เกียจมากๆเลยครับ ตอนนี้ก็ยังขี้เกียจมากๆเหมือนเดิม (เช่น ดองบทความมา 1 เดือน)

      ศิลปะไม่ใช่วิทยาศาสตร์ครับ เพราะวิทยาศาสตร์ใช้หลักเหตุผลและการคิด ส่วนศิลปะต้องใช้อารมณ์และความรู้สึก
      ถ้าเราไปนั่งเพ่งกับงานมากๆ เราก็คิดไม่ออกหรอกครับ เพราะเราใช้หลักผิดนั่นเอง


Post a new comment