7 วิธีเลือกซื้อ Theme จาก Themeforest

how to buy theme from themeforest
Share on facebook
Share on twitter
Share on telegram

การเลือกธีม WordPress ที่ดีและถูกใจ เป็นสิ่งที่ยากมากเวลาที่เราเพิ่งจะเริ่มทำเว็บไซต์ใหม่ หรืออยากรีดีไซน์เว็บไซต์ของเราให้สวยงาม ด้วยตัวเลือกที่มีมากกว่าหลักพัน แถมยังมีหลายหมวดหมู่อีก

แถมหลายคนยังเคยเสียเงินซื้อของจาก Themeforest หรือเว็บไซต์ที่ขายธีมออนไลน์ แต่ไม่ได้ของในแบบที่ต้องการ ได้ธีมที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง เหมือนเสียเงินไปฟรี ๆ

โดยในบทความนี้แอดนัทจะมาเล่า 7 วิธีการเลือกซื้อธีมแบบที่ถูกต้อง ปลอดภัย เพื่อให้ได้ธีมที่ดีที่โดนใจ พร้อมวิธีการแก้ปัญหาหรือขอคืนเงิน หากเจอปัญหาได้ธีมที่ไม่ได้มาตรฐาน

หากใครทำครบ 7 ข้อนี้แล้ว มั่นใจได้เลยว่าการเสียเงินครั้งนี้จะคุ้มค่าอย่างแน่นอน

1. ใช้ช่องค้นหาธีมและฟิลเตอร์ให้ถูกต้อง

วิธีการใช้ search ในการค้นหา Theme บน Themeforest
วิธีการใช้ search ในการค้นหา Theme บน Themeforest

ปัจจุบัน Themeforest มีธีมมากกว่าหลักหมื่น หมายความหากเราจะตามหาธีมที่สวยและถูกใจเรามากที่สุด ก็คงจะใช้เวลาไม่ใช่น้อย ดังนั้นเราจะต้องมาใช้เครื่องมือการค้นหาให้ถูกต้องในการตามหาธีมที่ถูกใจกันค่ะ

ด้านล่างนี้จะเป็นวิธีการใช้ Search ในการ Filter เพื่อค้นหาธีมที่สวยงามและตรงตามที่เราต้องการจะใช้งาน โดยแอดมินได้แบ่งช่องเป็นสองสีด้วยกัน นั่นคือสีแดง และสีม่วง

themeforest howto 2
themeforest howto 2

หากเราพิมพ์คำค้นหาธีมในช่องค้นหาแล้ว เราสามารถเลือกหมวดหมู่ของธีมได้จากประเภทด้านข้างที่อยู่เหนือกล่องสีม่วง

ตัวอย่างที่แสดงด้านบนคือ พิมพ์ในช่องค้นหาธีมคำว่า “News” หากเราอยากทำเว็บไซต์ข่าว หมวดหมู่ News จะใช้ Tags คำว่า Newspaper หรือ Magazine ดังนั้นเราก็ต้องเลือก Tags ให้ถูกต้องตามหมวดหมู่นั่นเอง

ด้านล่างนี้ แอดได้รวบรวมหมวดหมู่มาเขียนแปลให้แล้ว สำหรับคนที่ไม่เข้าใจว่าแต่ละอันคืออะไร

  • Blog / Magazine – ธีมประเภทบล็อกหรือแม็กกาซีน เช่น Designil, เว็บไซต์ข่าว, เว็บไซต์นิตยสาร แนวอัพเดทบทความบ่อยๆ
  • BuddyPress – ธีมสำหรับปลั๊กอินที่ใช้ทำระบบเว็บบอร์ด Forum
  • Corporate – ธีมสำหรับองค์กร บริษัท
  • Creative – ธีมสำหรับคนที่ชอบความหวือหวา ครีเอทีฟ บริษัทเอเจนซี่ หรือพอร์ทฟอลิโอ โชว์ผลงาน
  • Directory & Listings – ธีมสำหรับทำเว็บไซต์ประเภทไดเรคทอรี่ ปักหมุด ค้นหาสถานที่ เป็นต้น
  • eCommerce – ธีมสำหรับคนทำเว็บไซต์ขายสินค้า eCommerce
  • Education – ธีมโรงเรียน มหาลัย สอนหนังสือ อบรม
  • Elementor – ธีมสำหรับใช้กับปลั๊กอินจัดแต่งหน้า Elementor
  • Entertainment – ธีมเพื่อการบันเทิง
  • Mobile – ธีมที่ใช้สำหรับเว็บมือถือ ทำแอพ หรืออื่นๆ
  • Nonprofit – ธีมสำหรับธุรกิจที่ไม่แสวงหาผลกำไร เช่น มูลนิธิ
  • Real Estate – ธีมสำหรับธุรกิจเรียลเอสเตท อสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน นายหน้าขายบ้านก็ใช้ได้นะ
  • Retail – ธีมสำหรับร้านขายของ
  • Technology – ธีมเน้นไปที่เทคโนโลยี ทันสมัย
  • Wedding – ธีมสำหรับจัดงานแต่งงาน, รับจัดงานแต่ง
  • Miscellaneous – ธีมที่ไม่จัดอยู่ในประเภทข้างบน

หลังจากได้ธีมประเภทที่ต้องการแล้ว เราก็สามารถ Filter อีกชั้นด้วยการเลือก Best sellers – ธีมที่ขายดีสุดๆ หรือจะเป็น Best rated ธีมที่มีคนโหวตสูงสุดนั่นเอง

การใช้ตัวเลือก Filter ในการค้นหาธีม จะช่วยให้เราลดระยะเวลาในการเลือกได้พอสมควรเลยค่ะ แถมยังได้ธีมที่ถูกใจเราอีกด้วย

2. ดูเรตติ้งของธีม ว่ามีคะแนน 4 ดาวขึ้นไปหรือไม่

ดูเรตติ้งของธีมก่อนดาวน์โหลด
ดูเรตติ้งของธีมก่อนดาวน์โหลด

หากเรากดเข้าไปที่หน้ารายละเอียดของธีมแล้ว เราจะมองเห็น Item Rating ที่ฝั่งขวามือ บอกจำนวนดาว ว่าธีมนี้มีคนโหวตเฉลี่ยสูงสุดกี่ดาว

อย่างธีมที่แนะนำมาให้ดูนี้เป็นธีมที่ชื่อว่า Avada นั่นเอง
ธีมที่เรตติ้งมาแรงสูงสุดของ Themeforest ห้าอันดับมีดังนี้
1. Avada
2. X | The Theme
3. Enfold
4. BeTheme
5. The7

คำแนะนำ: ควรเลือกธีมที่มีคะแนน 4 ดาวขึ้นไป และต้องมีจำนวนโหวตเยอะด้วย
หากจำนวนโหวตทั้งหมดน้อย หรือมีคะแนนน้อยกว่า 4 ดาว แต่ดันดีไซน์สวยถูกใจให้พิจารณาจากข้อต่อไปที่จะกล่าวด้านล่างนี้ค่ะ

นอกจากนี้การดูระดับของผู้ขายก็ช่วยเป็นการยืนยันว่าผู้ขายจะรับผิดชอบกับ Theme ที่เราซื้อ โดยไม่ทิ้งเราไว้กลางทางโดยไม่มีการอัพเดทธีมได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ผู้ขาย Avada ได้ระดับ Rank สูงสุดเป็นสัญลักษณ์สีเขียวคำว่า Power elite author

3. ดูคอมเม้นท์ล่าสุดของธีม

check comment before buy theme
Check comment before buy this theme

เราสามารถดูคอมเม้นท์ของปัญหาของธีมแต่ละรุ่นได้ โดยดูจากคำถามที่มาจากคนที่ซื้อธีมไปแล้ว คำว่า Purchased

โดยปกติแล้ววิธีการแจ้งปัญหาที่ไวที่สุดของผู้ซื้อธีม คือโพสต์ลงคอมเม้นท์ เพราะโพสต์ลงตรงนี้ทุกคนจะเห็นโดยทั่วกัน แถมคนทำธีมยังมาตอบไวกว่าระบบ support ticket อีก ดังนั้นอย่าลืมเช็คคอมเม้นท์ก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้งนะคะ ไม่งั้นเราอาจจะได้ธีมแถม Bug และใช้งานไม่ได้จริงมาครอบครอง

4. ดูจำนวนยอดขายทั้งหมด

ดูเรตติ้งของธีมก่อนดาวน์โหลด
ยอดขายเป็นตัวการันตีความใช้งานง่าย

ดูยอดขายทั้งหมดของธีมเป็นตัวการันตีความใช้งานง่าย ติดตั้งง่าย และฟีเจอร์ยืดหยุ่นสามารถปรับแต่งเป็นเว็บไซต์ได้หลายแบบ

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ประกอบกับเรตติ้งอันสูงสุดก็ช่วยส่งเสริมให้ธีม Avada นี้เป็นธีมอันดับหนึ่งตลอดการของ Themeforest

5. เช็ควันล่าสุดที่อัพเดท

ตัวระบบ WordPress นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งอัพเดทเวอร์ชั่นของ WordPress ระบบภายใน รวมไปถึงปลั๊กอินก็มีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นคนเขียนธีมจะต้องทำการอัพเดทธีมบ่อย ๆ เพื่อให้ใช้งานได้รองรับกับ WordPress และ Plugin ชื่อดังได้อย่างราบรื่น รวมไปถึงเรื่องของความปลอดภัยของธีมด้วยนะ

ถ้าใครจำข่าวสมัยก่อนว่าธีมโดนแฮค มีข้อมูลหลุดเพราะไม่มีการอัพเดทของธีมหรือปลั๊กอิน ก็เกิดจากสาเหตุนี้ล่ะ ต้องอย่าลืมว่า WordPress คือ Open Source ดังนั้นก่อนเลือกซื้อธีม เพื่อความปลอดภัยควรเลือกซื้อธีมที่มีการอัพเดทครั้งล่าสุดอย่างน้อยไม่เกิน 6 เดือน

*ควรเลือกซื้อธีมที่มีการอัพเดทครั้งล่าสุดอย่างน้อยไม่เกิน 6 เดือน

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าธีมไหนอัพเดทใหม่บ้าง วันนี้อัพเดทของธีมจะอยู่ด้านขวามือ พร้อมคำว่า Last update (อ้างอิงจากภาพด้านบนค่ะ)

6. ทดลองเล่นและใช้งานกับตัวเดโม่​ Demo

Play with theme demo before you make a purchase
Play with theme demo before you make a purchase

อ่านมาจนถึงข้อหก หลาย ๆ คนคงต้องเช็ค Demo ก่อนซื้ออยู่แล้ว แต่อย่าเพิ่งดูเพียงแค่หน้าตาของเว็บไซต์ หรือดีไซน์เท่านั้น!

เราควรดูลึกไปถึงหน้าที่มีทั้งหมดของธีม, การจัดตกแต่งของธีม, การแสดงหน้ามือถือ, การใช้งาน และการปรับแต่งธีมด้วย ว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง โดยส่วนใหญ่เจ้าของธีมจะรวมหน้าทั้งหมดไว้ในเมูน dropdown ของตัวเดโม่

7. ดูวิดีโอการใช้งาน การติดตั้งและบริการหลังการขายก่อนซื้อ

โดยมาตรฐานของ Themeforest นั้นก่อนผู้ขายจะทำการส่งธีมขึ้นมาจำหน่าย จะต้องทำ Documentation หรือคู่มือการติดตั้งและการใช้งาน ถึงจะทำการส่งธีมมาจำหน่ายบนเว็บไซต์ได้ แต่บางครั้งคู่มือของบางเจ้าก็เข้าใจได้ยาก support ตอบช้า กว่าเราจะได้คำตอบต้องรอไปมากกว่า 3 วัน

ความคิดส่วนตัวจากแอดคือ แนะนำว่าลองหา Youtube account , รีวิวธีม, รวมไปถึงวิดีโอสอนการติดตั้งธีมจาก Youtube ก่อนการซื้อ ถ้ามีวิดีโอประกอบการติดตั้งที่ชัดเจน จะทำให้ชีวิตเราไม่ยุ่งยากอีกต่อไป เรียกว่าคุ้มค่าแก่การเสียเงินค่า

Themefusion youtube account
Themefusion youtube account

ตัวอย่าง Youtube ด้านบนเป็นของเจ้าของ Avada ธีมชื่อดังอันดับหนึ่งของ Themeforest มีทุกวิดีโอ ใช้งานง่ายมาก ๆ

ซื้อ Theme มาแล้วใช้งานไม่ได้ คุณภาพไม่ดี จะขอเงินคืนอย่างไร?

เล่าประสบการณ์ของแอดนัทเอง เคยกดซื้อธีมมาผิด ซื้อมาแล้วพบว่าใช้งานไม่ได้จริง ติดตั้งไม่ได้ โดยแอดนัทได้ทำการทดลองติดตั้งแล้วภายใน 1 วัน เมื่อพบว่าใช้งานไม่ได้ ไม่รองรับกับระบบที่เราทำ แอดนัทจึงไปอ่านคู่มือการขอเงินคืนผ่านทางเว็บไซต์ของ Envato

แต่เราต้องจำไว้ว่าการขอคืนเงินนั้น ต้องให้เหตุผลที่ถูกต้องและมีเหตุผล ว่าทำไมเราต้องการขอ Refund กับทาง Envato เพื่อเป็นการแฟร์ๆกันทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

แอดนัทเคยเป็นทั้งฝ่ายผู้ขายและฝ่ายผู้ขอคืนเงิน เคยเจอกรณีคนโหลดไปใช้หลายเว็บแล้วมาหัวหมอขอคืนเงิน แบบนี้ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งค่า เราต้องให้เกียรติผู้ขายและปกป้องสิทธิ์ของเราด้วยนะคะ


บทความนี้แอดนัทเขียนยาวมาก ๆ ถ้าใครชื่นชอบบทความสไตล์ WordPress อีก มาติดตามกันได้ใน Designil อัพเดทบทความกันเป็นประจำผ่านทางเฟซบุคแฟนเพจ แล้วเจอกันบทความหน้านะคะ

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on telegram
Telegram

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *