infographic-free-tool

Infographic คืออะไร + แนะนำเครื่องมือฟรีทำอินโฟกราฟฟิกเองได้ง่าย ๆ

ปัจจุบันนี้เรามีข้อมูลมหาศาล แต่ถ้าเรานำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ไม่ได้ก็เท่านั้น การทำ Infographic (อินโฟกราฟฟิก) ถือเป็นวิธีหนึ่งในการย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่าย และนิยมมากในการใช้ทำ Content Marketing ในปัจจุบัน

บทความนี้แอดจะมาอธิบายถึงความหมายของ Infographic และแนะนำเครื่องมือสำหรับทำ Infographic ออนไลน์ใช้ง่าย ๆ กันครับ

Infographic คืออะไร

infographic-example-2.jpg

Infographic สวย ๆ จาก China Daily ดูเวอร์ชั่นเต็ม

อินโฟกราฟฟิก มาจากคำว่า Information (ข้อมูล) + Graphic (รูป) นั่นเองครับ อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ เลย คือ “การนำข้อมูลต่าง ๆ มาทำเป็นรูป”

สาเหตุที่เราไม่เอาข้อมูลตัวหนังสือแปะไปยาว ๆ แต่ทำเป็นรูปสวยงามแทน ก็เพราะว่า สมองคนเราประมวลผลภาพได้เร็วกว่าตัวหนังสือถึง 60,000 เท่า เพราะฉะนั้นบางเรื่องที่ดูซับซ้อนต้องอธิบายเป็นชั่วโมง เราอาจจะย่อยเป็น Infographic ที่อ่าน 5 นาทีเข้าใจแล้วก็ได้

นอกจากนั้น การทำ Infographic ยังทำให้ข้อมูลที่ดูน่าเบื่อกลายเป็นน่าสนใจขึ้นมาได้ ทำให้นิยมมาใน Social Network เช่น Facebook หรือ Twitter ครับ (Instagram อาจจะมี แต่แอดยังไม่เคยเห็น)

เป้าหมายของ Infographic ไม่ใช่แค่ทำกราฟฟิกสวย ๆ

infographic-example-1.jpg

การนำตัวหนังสือมาตกแต่งให้สวยงาม ไม่ใช่เป้าหมายของการทำ Infographic ดูเวอร์ชั่นเต็ม

หลายคนอาจจะเคยได้ยินแอดมินพูดถึงว่า “การทำเว็บไซต์ไม่ได้เน้นที่ความสวยงาม แต่เน้นที่การนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่าย” การทำอินโฟกราฟฟิกก็เช่นกันครับ หลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่า Infographic คือ การเอาข้อมูลมาทำยังไงก็ได้ให้มันสวย

และที่น่าเศร้ากว่านั้น บางคนคิดว่า การเอาตัวหนังสือมาแปะใส่กราฟฟิก = Infographic

ปัจจุบันจึงเห็นบางคนเอาตัวหนังสือมาแปะรูปแล้วตกแต่งให้สวยงามเฉย ๆ แทนที่จะทำให้ผู้อ่านย่อยข้อมูลง่ายกว่าเดิม บางทีอ่านยากกว่าเดิมก็มีครับ

เพราะฉะนั้น ก่อนทำ Infographic ลองดูก่อนว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำตอบโจทย์ 3 ข้อนี้มั้ยครับ:

  1. มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการสื่ออะไร
  2. ทำเป็นกราฟฟิกแล้วเข้าใจง่ายกว่าอ่านตัวหนังสือจริง ๆ
  3. ข้อมูลไม่ซับซ้อนเกินไปจนทำเป็นกราฟฟิกแล้วจะอ่านยาก

ถ้าไม่ตรงตามข้อนี้ ลองดูวิธีอื่น ๆ ในการเผยแพร่ข้อมูล เช่น เขียนเป็นบทความ หรือทำวีดิโอ ซึ่งอาจจะตอบโจทย์กับข้อมูลที่เรามีมากกว่าครับ

Infographic ทำอย่างไร

4 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการทำ Infographic

การออกแบบอินโฟกราฟฟิกขึ้นมาสักอันไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ต้องมีขั้นตอนสำคัญ ๆ ดังนี้

  1. Research เตรียมข้อมูล – เราจะทำ Infographic เล่าเรื่องอะไรบ้าง? เราจะเอาตัวเลขสถิติมาจากไหน? ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเยอะพอสมควรเลยครับ เพราะบางทีข้อมูลก็มาจากหลายที่ เราต้องเอามารวมกันบ้าง เอามาเช็คบ้างว่าข้อมูลหลายแห่งเหมือนกันมั้ย
  2. Plan วางแผนการนำเสนอข้อมูล – เราอยากให้ Infographic ของเราสื่อ “ข้อความ” อะไรออกไป? จะนำเสนอผ่าน Flow / Narrative แบบไหน? ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เช่น เราอาจจะกำลังทำอินโฟกราฟฟิกที่เชียร์แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ก็ต้องคิดว่าเราจะสื่ออย่างไรให้แบรนด์นั้นดูดี ซึ่งอาจจะต้องใช้ความช่วยเหลือจากคนทำงานด้าน Creative เข้ามาช่วยครับ
  3. Design ลงมือออกแบบ – ขั้นตอนนี้เป็นหน้าที่ของ Designer ในการทำให้ไอเดียออกมาเป็นกราฟฟิกของจริงล่ะครับ ปกติแล้วจะนิยมใช้ Adobe Illustrator กัน เพราะสามารถทำงานออกมาเป็น Vector นำไปใช้ในเว็บก็ได้ ปรินท์ก็ยังคม
  4. Feedback ปรับปรุงให้ดีขึ้น – หลังจากออกแบบอินโฟกราฟฟิกเวอร์ชั่นแรกเสร็จแล้ว นำไปให้กลุ่มเป้าหมายของเราดู (และลูกค้า) เพื่อให้เค้าบอกเราว่ามีส่วนไหนที่ควรปรับปรุงบ้าง เพื่อให้เราทำอินโฟกราฟฟิกออกมาให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

เราจะเห็นว่าการทำ Infographic ออกมาสักงานไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต้องผ่านกระบวนการคิดเยอะพอสมควร และต้องใช้ Designer ที่มีฝีมือให้งานออกมาสวย และมีความรู้ด้าน Data Visualization (เช่น Pie Chart 2D อ่านง่ายกว่า Pie Chart 3D เป็นต้น)

แล้วถ้าเราไม่มีสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นล่ะ เราจะทำ Infographic ยังไง? วันนี้แอดมินมีเครื่องมือดี ๆ สำหรับทำอินโฟกราฟฟิกมาฝากทุกท่านกันครับ ส่วนใหญ่ไม่ต้องมีความรู้ด้านกราฟฟิกมากก็สามารถทำเองจนเสร็จได้เลย

เครื่องมือในการทำ Infographic

1) Canva สุดยอดเครื่องมือออกแบบสารพัดประโยชน์

canva-infographic-design.jpg

UI ใช้ง่ายคล้าย แถมเทมเพลตฟรีเยอะมาก

Canva เป็นเครื่องมือออกแบบออนไลน์ที่ดีมากที่สุดตัวหนึ่ง เราสามารถทำกราฟฟิกได้หลากหลาย ตั้งแต่เอกสารสิ่งพิมพ์ ไปจนถึง Web Banner, Facebook Ads, Youtube Thumbnail, Instagram Post, ปกหนังสือ ฯลฯ

นอกจากนั้นยังมีเทมเพลตสวย ๆ ให้เลือกหลายร้อยแบบ และเราสามารถเซฟออกมาเป็นรูป PNG, JPG หรือ PDF เพื่อเอาไปปรินท์ก็ยังได้ ทั้งหมดนี้คือ ฟรี 100% แนะนำให้ทุกท่านไปลองใช้กันครับ (ไม่ได้ค่าโฆษณาเลยนะ)

ส่วนถ้าเราจ่ายเงินรายเดือนให้ Canva ก็จะได้ฟีเจอร์เพิ่มในเรื่องของการทำแบนเนอร์ที่ Resize อัตโนมัติได้ และมีรูป Photo Stock ฟรีให้ใช้ ซึ่งสำหรับการใช้งานทั่วไปคิดว่าไม่จำเป็นมากครับ

ข้อเสียของ Canva เล็กน้อย คือ ภาษาไทยจะแสดงผลไม่ค่อยสวย แอดมินจะแก้ปัญหาโดย Export แบบไม่มี Text แล้วมาเติมเองใน Photoshop หรือ Sketch เอาครับ แต่คิดว่าเครื่องมือออนไลน์ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้เหมือนกันหมดครับ

2) Piktochart ทำอินโฟกราฟฟิกฟรี ใช้ง่าย

piktochart-infographic.jpg

Interface ของ Piktochart ใช้ง่ายมาก เหมือนทำ PowerPoint

Piktochart เป็นเครื่องมือออนไลน์สำหรับทำ Infographic โดยเฉพาะเลยครับ ปัจจุบันสามารถทำ Slide Presentation ได้อีกด้วย โดยเราสามารถสมัครใช้งานได้ฟรีได้ตลอดชีพ แต่จะมีข้อจำกัดในจำนวน Template และการ Export และลายน้ำ

เราสามารถสมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อใช้ Template สวย ๆ ที่เค้าเตรียมไว้ และสามารถ Export สำหรับปรินท์ (PDF) ได้เลยด้วย ถ้าต้องทำ Infographic บ่อย ๆ แอดมินคิดว่าคุ้มมากครับ แต่ถ้าไม่ได้ทำบ่อยใช้เวอร์ชั่นฟรีก็โอเคอยู่ สามารถเซฟเป็นรูป PNG ได้ครับ

3) Visme เครื่องมือทำอินโฟกราฟฟิกออนไลน์ ที่ทำแบนเนอร์ได้ด้วย

visme-inforgraphic-designer.jpg

UI ของ Visme จะงง ๆ กว่า 2 ตัวด้านบนเล็กน้อยครับ (ความเห็นส่วนตัว)

Visme ก็เป็นเครื่องมือออนไลน์ที่คล้ายกับ Piktochart ครับ สามารถใช้ทำ Presentation, Infographic, และ Banner (แบนเนอร์โฆษณาสำหรับลงในเว็บไซต์) ได้ โดยมีแพลนฟรีให้เราใช้งานเช่นกัน แต่ก็จะมี Template ให้เลือกน้อย และ Export เป็น PDF ไม่ได้ครับ นอกจากนั้นยังจำกัดแค่ 3 โปรเจคด้วย

ความเห็นเพิ่มเติมเรื่องเครื่องมือเหล่านี้ ขอขอบคุณคุณ Kasiti Panthanom มากครับ

ปัญหาใหญ่ของเครื่องมือออนไลน์ทำ InfoGraphic เช่น canva, piktochart คือภาษาไทยครับ ไม่มีฟอนท์ถ้าไม่ได้ใช้ paid account (เช่น Canva ที่ upload custom font ได้) เคยลองเอามาใช้งานแต่งต่อที่โปรแกรมอื่นก็ค่อนข้างยุ่งยากไม่จบในโปรแกรมเดียว มีปัญหากับ Learning Curve ของผู้เรียนรู้ ผมเลยเน้นไปที่ Stand alone application (เช่น Powerpoint) แทนครับ

ถึงเวลาลองทำ Infographic ของคุณเองแล้ว

อ่านบทความนี้จบแล้ว ลองไปสมัครสมาชิกเครื่องมือทำอินโฟกราฟฟิกด้านบน แล้วลองเล่นดูเลยครับ คุณอาจจะได้พบวิธีใหม่ ๆ ในการทำ Content ให้น่าสนใจมากขึ้น หรือหากยังไม่มีไอเดีย แอดมินแนะนำบทความนี้เลยครับ > 5 เว็บไซต์หา Inspiration เด็ด ๆ

ส่วนถ้าใครสนใจเรื่องการออกแบบเว็บไซต์ แต่ยังไม่มีพื้นฐาน สามารถเริ่มเรียนจากคอร์สออนไลน์ของเราได้เลยครับ คลิกที่นี่จะได้ส่วนลดพิเศษ 15% ครับ สำหรับผู้อ่าน Designil เท่านั้น > Web Design with Photoshop (ลด 15%)

และเช่นเคยครับผม หากอ่านแล้วมีคำถาม หรือติชมอะไร สามารถคอมเม้นท์ได้ด้านล่าง หรือมาพูดคุยกับทีมงานทาง Designil Facebook Page ได้เลยครับ

 

 




There are no comments

Add yours

ไม่อยากพลาดบทความดี ๆ ด้าน Web Design, HTML5, CSS3 ใช่มั้ย ?

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกกว่า 2,500+ คนของ Designil และรับบทความใหม่ ๆ ส่งตรงถึงอีเมลคุณ! (ไม่มีแสปม 100%)

สมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว! กรุณาเช็คอีเมลของคุณเพื่อกดยืนยันการสมัครสมาชิก